สมัครสินเชื่อ ข้อดีและข้อเสียของการขอ สินเชื่อ

สมัครสินเชื่อ  ข้อดีและข้อเสียของการขอ สินเชื่อ
การเข้าถึงสินเชื่อในยุคสมัยนี้เป็นเรื่องที่สามารถทำได้ง่าย เนื่องจากการแข่งขันที่ดุเดือดของสถาบันการเงินในการปล่อยสินเชื่อ ด้วยการจัดแคปเปญพิเศษหรือแม้แต่การให้ดอกเบี้ยพิเศษเพื่อที่จะสามารถดึงดูดลูกค้าให้ขอสินเชื่อ โดยประเภทของสินเชื่อนั้นมีมากมาย เช่น สินเชื่อบ้าน สินเชื่อรถยนต์ สินเชื่อเพื่อธุรกิจ สินเชื่อเพื่อการศึกษา สินเชื่อเพื่อโรงงาน และอื่นๆ แม้ว่าการเข้าถึงสินเชื่อที่ง่ายและสะดวกในปัจจุบันแต่ก็ย่อมมีทั้งข้อดีและข้อเสีย
ข้อดีของสินเชื่อ
– การขอสินเชื่อจะช่วยให้ผู้ที่ยื่นขอสินเชื่อสามารถนำเงินสดที่ได้รับ ไปใช้จ่ายตามเงื่อนที่ได้ระบุไว้ในการขอสินเชื่อ เช่น สินเชื่อซื้อบ้าน โดยที่ไม่ต้องใช้เงินสดแบบก้อนในการซื้อ แต่ผู้ขอสินเชื่อซื้อบ้านก็มีหน้าที่ที่จะต้องชำระค่างวดรายเดือนทุกๆเดือน เป็นระยะเวลาหลายปี นอกจากสินเชื่อประเภทบ้าน ก็ยังรวมถึงสินเชื่อเพื่อธุรกิจ ที่ได้รับความนิยมอย่างมากสำหรับผู้ประกอบที่มองหาเงินทุนเพื่อขยายธุรกิจของตนเอง และสถาบันการเงินก็ยินดีที่จะให้ความช่วยเหลือต่อผู้ประกอบการที่ยื่นกู้ เพราะเนื่องจากว่าเงินกู้นั้นสูงและมีอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าสินเชื่ออื่นๆ แต่การขอสินเชื่อเพื่อธุรกิจก็ไม่ได้ง่ายดายนัก เพราะต้องมีการประกอบธุรกิจตามที่สถาบันการเงินกำหนด และมีกำไรต่อมีตามที่สถาบันการเงินกำหนดด้วย อีกทั้งต้องไม่มีประวัติที่การเงินที่ไม่ดี จึงจะสามารถทำการยื่นขอสินเชื่อได้ สมัครสินเชื่อ .

สมัครสินเชื่อ


สมัครสินเชื่อ  – สามารถผ่อนชำระได้เป็นงวด ๆ โดยสถาบันการเงินจะเป็นผู้กำหนดระยะเวลาการผ่อน โดยขึ้นอยู่กับราคาของสินค้านั้นๆและจำนวนชำระในแต่ละงวด
– สามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้ในแต่ละเดือนได้ เนื่องจากค่าชำระในแต่ละเดือนจะเท่ากันทุกเดือน
ข้อเสียของสินเชื่อ
– คุณสมบัติของผู้ขอสินเชื่อ หากไม่เข้าหลักเกณฑ์ของสถาบันการเงินจะถูกปฎิเสธจากสถาบันการ เงินและอาจจะทำให้ไม่สามารถขอสินเชื่อกับสถาบันการเงินนั้นๆ โดยเฉพาะสินเชื่อประเภทบุคคลอย่างบัตรเครดิต หรือบัตรกดเงินสด ที่หลายคนมักจะผิดนัดชำระค่าบัตรเครดิต หรือเป็นหนี้บัตรเครดิต พอต้องการจะสมัครบัตรเครดิตใหม่ ก็ไม่ผ่านการอนุมัติ เพราะมีประวัติในเครดิตบูโร นอกเหนือจากเรื่องของหลักเกณฑ์แล้ว หลักทรัพย์ที่นำไปคํ้าประกันก็มีผล หากสถาบันการเงินตีราคาหลักทรัพย์และมองว่าราคาประเมิณไม่ครอบคลุมกับสินเชื่อที่ขอกู้ ก็จะปฎิเสธการขอสินเชื่อด้วยเช่นกัน
แต่ละสถาบันการเงินจะมีอัตราดอกเบี้ยที่ไม่เท่ากัน เช่น อัตราดอกเบี้ยกู้สินเชื่อบ้าน ของสถาบันการเงิน A จะไม่เท่ากับสถาบันการเงิน B และอัตราดอกเบี้ยค้างชำระที่ไม่เท่ากันของแต่ละสถาบันการเงิน ผู้ที่ต้องการขอสินเชื่อจึง
– ค่าปรับที่สูงในกรณีที่ค้างชำระ และอาจจะถูกฟ้องร้องหากค้างชำระล่าช้ากว่าที่สถาบันการเงินได้กำหนด พร้อมกับต้องชำระคืนพร้อมกับดอกเบี้ยที่ผิดนัดชำระ
อย่างไรก็ตามทั้งข้อดีและข้อเสียของการขอสินเชื่อนั้นอาจจะเป็นเพียงแค่ส่วนประกอบ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดของการขอสินเชื่อ คือผู้ขอสินเชื่อจะต้องมั่นใจว่าตนเองสามารถที่แบกภาระในแต่ละเดือน เพราะท้ายที่สุดแล้วประโยชน์ที่ได้รับจากสินเชื่อใดๆก็ตาม จะเป็นโทษให้กับคุณในท้ายที่สุด สมัครสินเชื่อ .

Share and Enjoy

  • Facebook
  • Twitter
  • Delicious
  • LinkedIn
  • StumbleUpon
  • Add to favorites
  • Email
  • RSS

สมัครบัตรเครดิต บัตรเครดิตคืออะไร? เลือกใช้บัตรเครดิตอะไรดี?

สมัครบัตรเครดิต  บัตรเครดิตคืออะไร? เลือกใช้บัตรเครดิตอะไรดี?
หลายคนเคยสงสัย ว่าทำไมเราต้องใช้บัตรเครดิต และบัตรเครดิตคืออะไร มีไว้ทำอะไรได้บ้าง ทำไมเราไปช้อปปิ้งที่ไหน ก็มีแต่คนรูดบัตรเครดิต เดินตามห้างสรรพสินค้า และร้านค้าทั่วไป ก็จะมีโปรโมชั่นร่วมกับบัตรเครดิตเยอะแยะมากมาย บัตรเครดิตกำลังบูมล้นอยู่ในตลาด ไม่ใช่ว่าเพิ่งจะบูม มันบูมมานานแล้ว หากแต่ว่า กำลังจะยิ่งบูมมากขึ้น ด้วยความที่ใช้ง่าย จ่ายคล่อง และมีคู่แข่งอยู่แทบทุกธนาคาร ก่อนอื่นเรามาดูกันว่า บัตรเครดิตคืออะไร ทำอะไรได้บ้าง และมีข้อดีข้อเสียอย่างไร
บัตรเครดิตคืออะไร ความแตกต่าง ระหว่างบัตรเครดิต และ บัตรเดบิต
บัตรเครดิต คือ บัตรที่เราได้รับวงเงิน (Credit) อนุมัติจากธนาคาร เหมือนเป็นการยืมเครดิตจากธนาคารในการใช้รูดซื้อสินค้า ภายในวงเงินที่ได้รับ โดยไม่จำเป็นจะต้องมีเงินอยู่ในบัญชี หรือฝากไว้อยู่ในบัตรเลยก็ตาม แล้วจึงค่อยชำระเงินในภายหลังตามรอบบัญชีแต่ละเดือน
ส่วน บัตรเดบิต คือบัตรที่เราจะสมัครคู่กับบัญชีออมทรัพย์ของธนาคารที่เรามีบัญชีอยู่ บัตรจะผูกกับบัญชีเสมอ หลายคนอาจเข้าใจว่ามันคือบัตรเอทีเอ็ม ที่สามารถกดเงินสด โอนเงิน หรือชำระเงินได้ แต่ที่จริงแล้ว บัตรเดบิตทำได้มากกว่าบัตรเอทีเอ็ม มันสามารถรูดซื้อสินค้าได้ด้วย ให้สังเกตบัตร จะมีสัญลักษณ์ วีซ่าอิเลคตรอน Visa Electron อยู่บนหน้าบัตร สมัครบัตรเครดิต .

สมัครบัตรเครดิต


สมัครบัตรเครดิต  หากเปรียบเทียบบัตรเครดิต และ บัตรเดบิต ต่างกันตรงที่ การใช้บัตรเดบิตนั้น เราจะต้องมีเงินในบัญชีก่อนเท่านั้น เนื่องจากบัตรจะหักเงินจากบัญชีออมทรัพย์ที่ผูกไว้ทันที ไม่เช่นนั้น จะรูดซื้อสินค้าไม่ผ่าน ส่วนความเหมือนของทั้งคู่ คือ สามารถนำมากดเงินสดได้เหมือนกัน แต่อย่าเรียกว่าเหมือนเลย เดี๋ยวจะทำให้ผู้อ่านเข้าใจผิด หากกดเงินสดจากบัตรเครดิต (Cash Advance) จะมีค่าธรรมเนียม 3% ขั้นต่ำ 300-500บาท แล้วแต่ธนาคาร และยอดเงินที่กด จะถูกนำไปคิดใน statement ว่าเรายืมธนาคารมาใช้เป็นเงินสดเท่าไหร่ และยังถูกคิดดอกเบี้ยสำหรับยอดเงินที่กดมาใช้อีก หากเราไม่ได้ชำระเงินตรงตามกำหนด ซึ่งไม่นิยมใช้กดกัน เพราะว่าดอกเบี้ยสูงถึงประมาณ 25-28% ต่อปี ในขณะที่บัตรเดบิตให้ใช้กดเงินสดที่มีอยู่แล้วในบัญชีออกมาใช้โดยไม่เสียค่าธรรมเนียมใดๆหากกดที่ตู้ของธนาคารเดียวกัน
ในการใช้บัตรเครดิตนั้น หากเราชำระบัตรเครดิตตรงตามกำหนดทุกงวด การใช้บัตรเครดิตก็จะไม่เป็นปัญหาสำหรับเรา แต่ด้วยความสะดวกในการรูดซื้อสินค้าอาจส่งผลให้เราใช้จ่ายเกินตัว และไม่สามารถชำระ “หนี้” ได้ทัน ก็จำต้องจ่ายดอกเบี้ยตามข้อเสนอของธนาคาร โดยชำระขั้นต่ำเพียง 10% และจ่ายดอกเบี้ยอีกประมาณ 20% ต่อปี นี่คือสาเหตุที่ธนาคารพยายามเชิญชวน (ยัดเยียด) ให้เราใช้บัตรเครดิต บ้างก็ส่งบัตรมาให้ใช้ถึงที่บ้าน เพียงแค่โทรไปเปิดบัตร ก็สามารถใช้งานได้แล้ว
สิทธิประโยชน์ต่างๆ และข้อดีของบัตรเครดิต
1. มีสิทธิประโยชน์ที่จูงใจผู้ใช้ในหลายหลายรูปแบบ เช่น
- ได้เงินคืน (Cash Back) เงินเครดิตคืนเข้าบัตรในภายหลัง
- ได้ส่วนลด (Discount)  ได้ส่วนลดทันที ณ ที่จ่าย
- สะสมคะแนน (Point Reward) สามารถนำไปแลกของหรือคูปองแลกซื้อสินค้าได้อีก
- สามารถแบ่งจ่าย (Pay Lite) เช่น ชำระ 0% 3, 6, 10 เดือน ฯลฯ
2. พกง่าย ขอแค่จำลายเซนต์ได้ก็พอ และไม่ต้องพกเงินสดติดตัวเป็นจำนวนมาก (บัตรเดบิตก็ทำได้ หากคุณมีเงินในบัญชีพอ)
3. สามารถซื้อสินค้ามาครอบครองได้เลย โดยไม่ต้องจ่ายเงินในทันที  และมีโอกาสนำเงินจำนวนนั้นๆไปลงทุนระยะสั้นหรือเก็งกำไรอย่างอื่นได้
4. สามารถใช้ชำระค่าสาธารณูปโภค และค่าบริการอื่นๆได้ หรือจะหักจ่ายตามรอบบิล Smart Billing ได้อีกด้วย (ข้อนี้สะดวกมากสำหรับคนที่ไม่มีเวลาไปตามจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ค่าอินเตอร์เน็ต ฯลฯ) รวมทั้งสามารถใช้ซื้อของออนไลน์ผ่านเพย์สบาย (Paysbuy) หรือ เพย์พอล (Paypal) นั่นเอง
5. มีไว้เท่ห์ๆ หรืออวดฐานะ จากประเภทบัตร เช่น บัตรโกล์ด บัตรแพลตตินัม บัตรอีลิท ฯลฯ (สำหรับพวกวัตถุนิยม) สมัครบัตรเครดิต .

Share and Enjoy

  • Facebook
  • Twitter
  • Delicious
  • LinkedIn
  • StumbleUpon
  • Add to favorites
  • Email
  • RSS

วิตามินซี ผิวขาว ทราบหรือไม่ว่า สารหรือตัวยาชนิดใดที่ทำให้ผิวหน้าขาว

วิตามินซี ผิวขาว  หรือกรดแอสคอร์บิค (Ascorbic acid) เป็นสารอาหารที่ละลายได้ในน้ำ ร่างกายมนุษย์ไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้ จึงจำเป็นต้องได้รับหรือการรับประทานเข้าไป วิตามินซีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันได้เป็นอย่างดี เพราะสามารถป้องกันและรักษาการอักเสบอันเนื่องมาจากแบคทีเรีย และไวรัสได้ วิตามินซี ผิวขาว
วิตามินซี ผิวขาว

นอกจากนี้ วิตามินซี ช่วยบรรเทาความรุนแรงของโรคหวัด มีการศึกษาเมือปี 1995 พบว่าหากรับประทานวิตามินซี 1,000-6,000 มิลลิกรัมต่อวัน ตั้งแต่เริ่มมีอาการของโรคหวัด จะช่วยให้อัตราการหายได้เร็วขึ้นร้อยละ 21 และสามารถบรรเทาอาการแพ้ หอบหืด ไซนัสได้ เนื่องจากโดยธรรมชาติแล้ว วิตามินซีมีคุณสมบัติเป็นสารต่อต้านภูมิแพ้ต่างๆ เช่น ฝุ่นละออง เกสรดอกไม้
ประโยชน์จาก Vitamin C ต่อผิว

Vitamin C ผิวขาว มีสรรพคุณลดอาการอักเสบ ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนที่ผิวหนัง และยังช่วยลดการทำงานของเอนไซม์ที่ผลิตเม็ดสีผิว จึงช่วยในการลดริ้วรอย จุดด่างดำจากรอยแผลเป็น และรอยสิวต่างๆได้ นอกจากนี้ยังช่วยปรับสีผิวที่คล้ำจากแสงแดดให้ดูกระจ่างใสมากขึ้น ช่วยสมานแผลสดและแผลไฟไหม้ให้หายเร็วขึ้น เนื่องจากวิตามินซีช่วยให้ร่ายกายซ่อมแซมและรักษาตัวเองโดยไปเสริมสร้างผนังเซลล์ ทำให้เส้นเลือดฝอยแข็งแรง แผลจึงหายได้เร็วขึ้น ในผู้ที่ขาดวิตามินซีบาดแผลที่ผิวหนังจะหายช้ากว่าปกติ อย่างไรก็ดี ควรใช้วิตามินซีในปริมาณที่เหมาะสมและต่อเนื่องสม่ำเสมอ เพราะต้องเข้าใจว่าวิตามินซีเป็นวิตามินชนิดละลายในน้ำได้ ร่างกายไม่สามารถเก็บสะสมได้ตลอดเวลา ดังนั้นจำเป็นต้องเติมวิตามินซีเข้าสู่ร่างกายเป็นประจำ วิตามินซี ผิวขาว

ปัจจุบันการได้รับวิตามินซีจากผักและผลไม้ ถือว่ายังไม่เพียงพอ เนื่องจากกว่าที่ผักผลไม้จะมาถึงมือเรา ต้องผ่านการชำระล้าง รวมถึงกรรมวิธีการประกอบอาหาร และได้รับประทานในที่สุด คุณค่าของวิตามินซีจึงสูญเสียไปค่อนข้างมาก ฉะนั้นหากสามารถเลือกรับประทานทานผักและผลไม้สดได้ในแต่ละวันก็เป็นการดีและเพียงพอ

ทราบหรือไม่ว่า สารหรือตัวยาชนิดใดที่ทำให้ผิวหน้าขาว วันนี้มีเรื่องนี้มาฝาก…

วิตามินซี ผิวขาว
เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่สะสมอยู่ตามส่วนต่าง ๆ ในร่างกาย และมีกำลังสูงเมื่อเปรียบเทียบกับวิตามินซีหรือวิตามินอี และเมื่ออายุคนเรามากขึ้นปริมาณกลูตาไธโอนในร่างกายจะลดน้อยลง มีผลทำให้เซลล์และอวัยวะทุกส่วนเสื่อมโทรมลง ในทางการแพทย์สารกลูตาไธโอนมีการนำมาใช้เป็นยารักษาโรคเกี่ยวกับระบบเส้นประสาทบกพร่อง เช่น โรคพาร์กินสัน โรคอัลไซเมอร์หรือโรคสมองเสื่อม ซึ่งมีผลข้างเคียงในการยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนส ซึ่งทำให้เม็ดสีของผิวหนังเปลี่ยนจากเม็ดสีน้ำตาลดำเป็นเม็ดสีชมพูขาว จึงทำให้มีการแตกตื่นนำกลูตาไธโอนมาใช้เป็นยาเม็ดอาหารเสริม เพื่อชะลอวัย และหวังผลให้ผิวขาวใสหรือผิวขาวอมชมพู แต่ในความเป็นจริงยาเม็ดที่เป็นอาหารเสริมนั้น ทานมากเท่าไหร่ก็ยิ่งไม่ได้ผล เพราะสารชนิดนี้จะถูกย่อยสลายและกำจัดออกจากร่างกาย ไม่ถูกดูดซึม อย่างไรก็ตามอาการข้างเคียงของผิวขาวเป็นอาการชั่วคราวเท่านั้น จึงไม่ควรใช้ยานี้ในทางที่ผิด

ข้อควรรู้ : กลูตาไธโอนในธรรมชาติพบมากในผลไม้ ได้แก่ แตงโม สตรอเบอรี่ องุ่น ผลอโวกาโด ส่วนในผักพบมากใน หน่อไม้ฝรั่ง สำหรับเนื้อสัตว์จะพบได้ใน ปลา และเนื้อแดง เช่น เนื้อหมู เนื้อวัว ดังนั้นควรเลือกรับประทานจากธรรมชาติดีกว่าที่จะหลงไปใช้สารนี้อย่างผิดๆ และขาดความเข้าใจนะจ๊ะสาว ๆ

Share and Enjoy

  • Facebook
  • Twitter
  • Delicious
  • LinkedIn
  • StumbleUpon
  • Add to favorites
  • Email
  • RSS

สมัครงานโรงพยาบาล พยาบาลต้องสวมชุดขาว

สมัครงานโรงพยาบาล  พยาบาลต้องสวมชุดขาว และสวมหมวกขาวไหม
ชุดปฏิบัติงาน ของพยาบาลจะมีสองลักษณะ คือชุดปฏิบัติงานการพยาบาลทั่วไป เป็นชุดสีขาว อาจเป็นกางเกง หรือกระโปรง  สามเสื้อขาวแขนสั้นตามแบบพยาบาล  และสวมหมวกขาว ส่วนชุดพิธีการจะเป็นชุดเสื้อขาวแขนยาว กระโปรง และหมวกขาว แต่อาจจะเห็นพยาบาลปฏิบัติงานในชุดสีฟ้าลายทางสีขาวเล็ก ๆ เรียกกันว่าชุด อนามัยชุมชน หรือชุดปฏิบัติงานอื่น ๆ ที่กำหนดไว้เฉพาะสถานพยาบาลนั้นเป็นครั้งคราว
. อยากเรียนพยาบาลต้องมีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง
ประการอันดับแรกจะต้องมีส่วนสูงอย่างน้อย 140 ซ.ม. บางแห่งอาจกำหนดเป็น 145 ซ.ม. เนื่องจากพยาบาลต้องดูแลผู้ป่วยทั้งที่รู้สึกตัว และไม่รู้สึกตัว ขนาดร่างกายพยาบาลจึงมีความจำเป็นในการดูแลผู้ป่วย นอกจากนี้ควรมีน้ำหนักตัวเหมาะสม เพื่อความคล่องตัวในการดูแลผู้ป่วย
ประการที่สอง ควรเรียนเน้นหนักทางด้านวิทยาศาสตร์ เนื่องจาก พยาบาลต้องเข้าใจการทำงานของร่างกายมนุษย์ สารเคมีในร่างกาย ความรู้พื้นฐานทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และสังคมมนุษย์  จึงมีความจำเป็น
. ผู้ชายเรียนพยาบาลได้มั๊ย
ผู้ชายเรียนพยาบาลได้ มีสถานการณ์ฉุกเฉินบางอย่างที่ใช้พยาบาลชายปฏิบัติงานจะมีความเหมาะสมกว่า เช่นพยาบาลที่ปฏิบัติงานในภาคสนาม ห้องผ่าตัด สมัครงานโรงพยาบาล .

สมัครงานโรงพยาบาล


สมัครงานโรงพยาบาล  . สมัครเรียนพยาบาลได้ที่ไหน
ของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ส่วนใหญ่ก็ผ่านระบบ Admission แต่สำหรับ วิทยาลัยพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ต้องสมัครผ่านเวบไซด์ http://admission.pi.in.th เท่านั้น  ซึ่งจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับระบบของมหาวิทยาลัย เพราะกระทรวงสาธารณสุขมีเป้าหมายในการคัดเลือกที่ต่างกัน คือ ต้องการจำกัดพื้นที่ในการรับสมัครเพื่อป้อนพยาบาลคืนท้องถิ่นนั้น ๆ จึงสามารถสมัครได้ทั้งระบบ Admission ของกระทรวงสาธารณสุข และ ระบบadmission ของกระทรวงศึกษาธิการได้พร้อมกันโดยจะไม่มีการตัดสิทธิ์ระหว่างกัน
ปัจจุบันนักศึกษาพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข มีการรับอยู่สองระบบ คือ การรับตรง ซึ่งในปีการศึกษา 2555 จะประกาศรับในช่วงวันที่ 2- 10 มกราคม 2555 ส่วนการรับครั้งที่สองเรียกการรับกลาง จะเปิดรับประมาณต้นเดือนเมษายน 2555
. เรียนพยาบาลที่ไหนดี
การเลือกว่าจะศึกษาสถาบันในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ หรือกระทรวงสาธารณสุข ก็ขึ้นอยู่กับความพร้อม และความต้องการของผู้เรียน  โดยทั่วไป คณะพยาบาลของระบบมหาวิทยาลัย จะมีคะแนนสูงกว่าบ้างเล็กน้อย บางแห่งอาจน้อยกว่าวิทยาลัยพยาบาลของกระทรวงสาธารณสุข  แต่หลักสูตรการสอนของกระทรวงสาธารณสุข เน้นการปฏิบัติงานในภาครัฐ ส่วนของมหาวิทยาลัยเน้นความเป็นสากลมากกว่า
. เรียนจบแล้วมีงานทำทุกคนไหม
ปัจจุบันวิชาชีพพยาบาลยังมีความต้องการในสังคมอีกมาก แต่ปัญหาจะแตกต่างจากอดีต คือ เมื่อสำเร็จการศึกษาจะไม่ได้บรรจุเป็นข้าราชการทันที แต่จะบรรจุเป็นลูกจ้างชั่วคราวไปพลางก่อน หลังจากที่หน่วยงานนั้น ๆ มีตำแหน่งว่างลง จึงบรรจุให้ หรือบางแห่งอาจใช้วิธีการสอบแข่งขันเข้าบรรจุ สำหรับสถานพยาบาลของเอกชน ยังมีความต้องการอีกค่อนข้างมาก เนื่องจากวิชาชีพพยาบาลสามารถปฏิบัติงานได้ค่อนข้างกว้าง ตามแบบฉบับของวิชาชีพที่ได้สืบทอดกันมา
. นักศึกษาทุนพยาบาลเป็นอย่างไร
นักศึกษาพยาบาลที่ศึกษาในสถาบันการศึกษาของกระทรวงสาธารณสุขทุกราย จะต้องทำสัญญารับทุนจาก หน่วยงานซึ่งเป็นเจ้าของโควตา และจะเป็นต้นสังกัดหลังจากสำเร็จการศึกษาแล้ว โดยจะได้รับทุนปีละ 30,000 บาท เป็นเวลา 4 ปี หลังจากนั้นต้องปฏิบัติงานกับหน่วยงานนั้นนานเท่ากับระยะเวลาที่รับทุน ยังผลให้ผู้ที่สามารถเบิกเงินเพื่อการศึกษาในหน่วยราชการ ไม่สามารถนำใบเสร็จ ไปเบิกได้ เนื่องจากถือเป็นการซ้ำซ้อนในการสนับสนุนการศึกษา
. ข้อคิดเห็นเพิ่มเติม
อาชีพพยาบาลเป็นอาชีพที่น่ายกย่อง  เนื่องจากเป็นผู้ที่ต้องค่อยดูแลรักษาพยาบาลคนไข้และทนต่อแรงกดดันจากที่ทำงานและคนไข้  เพราะคนไข้ส่วนมากจะมีอารมณ์หงุดหงิดง่าย  พยาบาลจึงต้องทดต่อสภาพแรงกดดันดังกล่าวและเข้าใจคนไข้ว่า  คนไข้มีความเครียด  ผู้ปฏิบัติหน้าที่พยาบาลจึงเป็นผู้ที่น่ายกย่อง  และเป็นอาชีพที่มีเกียรติ  น้อง ๆ  ที่สนใจอาชีพพยาบาลลองศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจากหลายๆ  แหล่ง สมัครงานโรงพยาบาล .

Share and Enjoy

  • Facebook
  • Twitter
  • Delicious
  • LinkedIn
  • StumbleUpon
  • Add to favorites
  • Email
  • RSS

หางานโรงพยาบาล คณะพยาบาลศาสตร์

หางานโรงพยาบาล คณะพยาบาลศาสตร์
พยาบาลศาสตร์ เป็นการศึกษาที่เน้นหนักในการให้บริการ ด้านสุขภาพอนามัยแก่ผู้ป่วยทางกาย หรือทางจิต ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บทุพพลภาพ และผู้สูงอายุ การให้บริการด้านพยาบาล คำนึงถึงความต้องการของคนไข้ ตามลักษณะของโรคที่เป็น สังเกตและบันทึกความเปลี่ยนแปลงของคนไข้ รายงานให้แพทย์ทราบถึงอาการผิดปกติที่เกี่ยวกับร่างกาย อารมณ์ และจิตใจ ช่วยฟื้นฟูสุขภาพ ช่วยคนไข้ให้ปรับตัวเข้ากับภาวะขัดข้องใด ๆ ที่อาจเกิดจากการเจ็บป่วย จัดให้คนไข้มีสิ่งแวดล้อมที่ถูกสุขอนามัย ป้องกันและควบคุมการเผยแพร่ของโรคติดเชื้อ สอนคนไข้และประชาชนทั่วไปให้รู้จักรักษา และส่งเสริมสุขภาพ ร่วมงานกับเจ้าหน้าที่ฝายการแพทย์ แลอนามัยแขนงอื่น ๆ ในด้านบริการคนไข้
คุณสมบัติของผู้เข้าศึกษา
1.มีความรู้พื้นฐานวิชาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์เป็นอย่างดี จบมัธยมศึกษาตอนปลายสายวิทยาศาสตร์
2.มีสุขภาพกายและจิตดี มีจิตใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ไม่รังเกียจผู้ป่วย มีเมตตากรุณา และมีความรักในเพื่อนมนุษย์
3.เสียสละทั้งด้านเวลาและตนเองให้แก่ผู้ป่วยทุกคน มีความอดทน อดกลั้น หางานโรงพยาบาล .

หางานโรงพยาบาล


หางานโรงพยาบาล  แนวทางในการประกอบอาชีพ
รับราชการในหน่วยงานของรัฐ หรือทำงานในหน่วยงานรัฐวิสาหกิจและเอกชน มีความมั่นคงในการประกอบอาชีพ รายได้ค่อนข้างดี ศึกษาต่อระดับปริญญาโท และเอกสาขาพยาบาลศาสตร์ได้ทั้งในและต่างประเทศ
ผู้ที่จะประกอบอาชีพนี้ ควรเตรียมความพร้อมดังต่อไปนี้
เมื่อสำเร็จการศึกษาในหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนต้น จะต้องเลือกเรียน/ศึกษาต่อในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (สายวิทยาศาสตร์) จากนั้นจึงจะทำการสอบคัดเลือกเข้าศึกษาต่อในสาขาวิชาพยาบาลของมหาวิทยาลัย ต่างๆ ที่สังกัดทบวงมหาวิทยาลัยหรือมหาวิทยาลัยเอกชน ทั้งนี้การศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายจะต้องมีผลการเรียนวิชาฟิสิกส์ เคมีชีววิทยา ค่อนข้างดีด้วย
เครื่องแบบเมื่อสำเร็จการศึกษา
เมื่อพยาบาลสำเร็จการศึกษาจะมีเครื่องแบบแตกต่างกันตามสถาบัน ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ลักษณะคือ
ครุยปริญญา
สวมครุยปริญญาของสถาบันที่สำเร็จการศึกษา
ชุดขาวปกติแขนยาว ติดช่อดอกไม้ที่หน้าอก
ดังเช่น ของกระทรวงสาธารณสุข นางสาวมณี สหัสสานนท์ เป็นผู้นำมาใช้เพื่อระลึกถึงความเป็นเพื่อนร่วมรุ่นและความสามัคคี มีเรื่องเล่าว่า มีพยาบาลรุ่นหนึ่งเมื่อจบการศึกษาแล้วต้องการรวมรุ่นทุกคน พยาบาลผู้หนึ่งในรุ่นนั้นได้รับอุบัติเหตุ ก่อนเสียชีวิตได้สั่งสามีให้นำช่อดอกไม้มามอบแก่เพื่อนที่มาชุมนุมเป็น สัญญลักษณ์แห่งความรักและความสามัคคีของหมู่พยาบาล นับแต่นั้นจึงใช้ดอกไม้ติดปกเสื้อในวันสำเร็จการศึกษา ทั้งนี้เพื่อให้หมายถึงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน (Unity) ปกติใช้สำหรับผู้จบการศึกษาในหลักสูตรต่อเนื่อง เช่น ครูพยาบาล ต่อมานำมาใช้สำหรับหลักสูตรผู้ช่วยพยาบาลและผดุงครรภ์ด้วย
ชุดปกติขาวสวมเสื้อคลุม
ซึ่งพยาบาลที่สำเร็จการศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตร์และผดุงครรภ์ สังกัดกองงานวิทยาลัยพยาบาล กระทรวงสาธารณสุข จะสวมเสื้อคลุม (cape) ในวันรับประกาศนียบัตร เสื้อคลุมทำด้วยผ้าสักหลาด ด้านนอกสีน้ำเงิน ด้านในสีแดงสด เสื้อผ่าด้านหน้าเปิดพับชายด้านซ้ายไว้ที่ไหล่ซ้าย นางสาวมณี สหัสสานนท์ อาจารย์ผู้ปกครอง เป็นผู้นำมาใช้เมื่อก่อตั้งโรงเรียนเป็นครั้งแร พ.ศ. 2492 และได้ถือเป็นประเพณีนิยมกันมาถึงทุกวันนี้ เสื้อคลุมเป็นสัญลักษณ์ของการทำความดี การเสียสละ และอุทิศตนเพื่อความสุขของผู้อื่น ปรากฏเรื่องในพระคัมภีร์ไบเบิลฉบับพันธสัญญาเดิม ในหนังสือ 1 พงศาวดารกษัตริย์ บทที่ 19 ข้อ 19 และ 2 พงศาวดารกษัตริย์บทที่ 2 ข้อ 8-12 กล่าวว่าชายคนหนึ่งชื่ออิลิจา (Dlijah) ใส่เสื้อคลุมไม่มีแขนทำด้วยหนังแพะ ประกอบแต่กิจกรรมต่างๆ ที่นำความสุขมาสู่เพื่อนมนุษย์และใช้เป็นเครื่องมือรักษาพยาบาลแก่ผู้ป่วย ไข้ เมื่ออิลิจาสิ้นชีวิตลง แอลลิซ่า (Elisha) เพื่อนซึ่งมีความศรัทธาในการทำงานอันเป็นบุญกุศลของอิลิจา จึงได้รับช่วงเสื้อคลุมและปฏิบัติตนเช่นเดียวกับอิลิจาสมดังเจตนาของพระเจ้า นางสาวมณี สหัสสานนท์ จึงนำเสื้อคลุมมาใช้ในความหมายดังกล่าว ผู้สำเร็จการศึกษาจากสถาบันการศึกษาพยาบาลบางแห่ง นอกจากกระทรวงสาธารณสุขก็นำเสื้อคลุมไปใช้ด้วยเช่นกัน หางานโรงพยาบาล .

Share and Enjoy

  • Facebook
  • Twitter
  • Delicious
  • LinkedIn
  • StumbleUpon
  • Add to favorites
  • Email
  • RSS

งานโรงพยาบาล อาชีพพยาบาล

งานโรงพยาบาล อาชีพพยาบาล
เป็นวิชาชีพที่ทำหน้าที่ดูแลผู้ป่วย มักจะสวมชุดพยาบาลสีขาวและสวมหมวกที่มีลักษณะเฉพาะตัว พยาบาลพบได้ทั่วไปทำงานตามโรงพยาบาล คลินิก หรือสถานพยาบาลอื่นๆ พยาบาลเป็นวิชาชีพที่ก่อนจะปฏิบัติงานจต้องผ่านการสอบขึ้นทะเบียนความรู้จาก สภาการพยาบาลก่อนจึงจะสามารถปฏิบัติงานได้อย่างสมบูรณ์ โดยพยาบาลสามารถที่จะดูแลผู้ป่วยได้ตามหลักการพยาบาลที่ได้เรียนมา เป็นเวลา 4 ปีสำหรับพยาบาลวิชาชีพ และสถาบันที่เปิดสอนหลักสูตรพยาบาลมีมากมายในประเทศไทยทั้งที่สังกัดกระทรวง สาธารณสุขและเอกชน
นิยามอาชีพ
ผู้ปฏิบัติอาชีพพยาบาล ทำหน้าที่ให้การรักษาพยาบาล และดูแลผู้ป่วยทั้งทางกายและจิต ผู้ได้รับบาดเจ็บ หรือทุพพลภาพ รักษาและป้องกันโรค และการส่งเสริมสุขภาพ วางแผนและให้บริการด้านพยาบาล และทำหน้าที่ช่วยแพทย์ ในโรงพยาบาล หรือสถานพยาบาล
ลักษณะของงานที่ทำ
รักษา ดูแล และให้คำแนะนำเกี่ยวกับการพยาบาล เป็นผู้ช่วยแพทย์ โดยการสังเกต และบันทึกความเปลี่ยนแปลงในคนไข้ รายงานให้แพทย์ทราบถึงอาการของคนไข้ตามลักษณะโรคที่เป็นทั้งร่างกาย อารมณ์ และจิตใจ ช่วยฟื้นฟูสุขภาพของคนไข้ ช่วยคนไข้ให้ปรับตัวเข้ากับภาวะขัดข้องใดๆ ที่อาจเกิด จากการเจ็บป่วย จัดให้คนไข้ มีสิ่งแวดล้อมที่ถูกสุขอนามัย ป้องกันและควบคุมการเผยแพร่ของโรคติดเชื้อ สอนคนไข้ และประชาชนทั่วไปให้รู้จักการดูแลและส่งเสริมสุขภาพวางแผน มอบหมาย สั่งการ ดูแล และประเมินผลงานของผู้ช่วยพยาบาล และผู้ทำหน้าที่ประสานงาน ร่วมงานกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายการแพทย์ และอนามัยแขนงอื่นๆ ในการบริการคนไข้ งานโรงพยาบาล .

งานโรงพยาบาล


งานโรงพยาบาล สภาพการจ้างงาน
สำหรับหน่วยงานราชการพยาบาลที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี ได้รับเงินเดือนอัตรา 6,360 บาท ส่วนพยาบาลที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทได้รับเงินเดือนอัตรา 7,780 บาท และปริญญาเอกได้รับเงินเดือนอัตรา 10,600 บาท
ในหน่วยงานรัฐวิสาหกิจผู้ที่มีการศึกษาระดับปริญญาตรีจะได้ รับเงินเดือนประมาณ 7,000 -7,600 บาท
สำหรับหน่วยงานเอกชน พยาบาลที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรีจะได้รับเงินเดือนขั้นต้นประมาณ 13,900 บาท ค่าอยู่เวร เวรละ 250 บาท ซึ่งจะมีรายได้เฉลี่ยจากค่าอยู่เวรประมาณเดือนละ 2,500 – 3,000 บาท ซึ่งพยาบาลเอกชนจะมีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 16,000 บาทมีสวัสดิการที่พักและสิทธิพิเศษ อื่นๆ ตามเงื่อนไขการตกลงกับผู้ว่าจ้าง ผู้ปฏิบัติงานอาชีพพยาบาลโดยปกติทำงานวันละ 8 – 9 ชั่วโมง และมีการเข้าเวรทำงานตามที่กำหนดเป็นระเบียบปฏิบัติ นอกจากนี้ พยาบาลที่ออกเวรแล้วสามารถหารายได้พิเศษในการรับจ้างเฝ้าไข้ ให้กับคนไข้อีกด้วย
สภาพการทำงาน
ปฏิบัติงานในโรงพยาบาลของรัฐและเอกชน สถานพยาบาล(คลีนิค) สถานพักฟื้น สถานฟื้นฟู ดูแลรักษาสุขภาพ สถานสงเคราะห์ เด็ก หรือคนชรา สถานอนุบาลเด็กทารกหรือเด็กก่อนวัยเรียน สถานการศึกษา เช่น โรงเรียน วิทยาลัย และมหาวิทยาลัย สถานที่ทำงานในโรงงานอุตสาหกรรม สถานีอนามัย/คลีนิคในชุมชนพยาบาลประจำบ้าน หรือส่วนบุคคล เป็นต้น  งานโรงพยาบาล .

Share and Enjoy

  • Facebook
  • Twitter
  • Delicious
  • LinkedIn
  • StumbleUpon
  • Add to favorites
  • Email
  • RSS

สมัครงานธนาคาร เพื่อนร่วมงานงี่เง่า น่าเบื่อ

สมัครงานธนาคาร เพื่อนร่วมงานงี่เง่า น่าเบื่อ
เคยเจอไหมคะเพื่อนร่วมงานงี่เง่า น่าเบื่อ บางคนโตแล้วแต่ยังทำตัวเด็กๆ อยู่เลย เช่นว่า ถ้าเค้าโกรธใครแล้วคุณต้องห้ามพูดหรือคุยกับคนที่เค้าโกรธด้วย ถ้าไปกับคนที่เค้าโกรธ คุณก็จะโดนแบนไปด้วย เค้าจะไม่ชวนไปไหนคุณไป กดดันกันสุดๆ อยู่ในเพื่อนกลุ่มใหญ่ ต้องตามใจเค้าเสมอ เหนื่อยใจ …ใครไม่เจอกับตัวจะไม่เข้าใจ พูดยากจริงๆ แต่ก็อึดอัดใจมากจริงๆ ค่ะ ช่วยแนะนำทางออกให้หน่อยได้ไหมคะ
ปัญหาแบบนี้ไม่ยากที่จะให้คำแนะนำค่ะ แต่ต้องถามคุณด้วยว่า คุณกล้าที่จะลองทำตามหรือเปล่า เพราะปัญหาในที่ทำงานแบบนี้อ่อนไหวยิ่งกว่าปัญหาในสมัยเรียนมากๆ เลยนะคะ เพราะเพื่อนร่วมงานนั้น เราจะได้เจอกันทุกวัน แถมอยู่ด้วยกันวันละหลายๆ ชั่วโมงอีกด้วย และยังมีผลถึง หน้าที่การงานที่จะต้องหาเลี้ยงตัวเองอีก แต่เมื่อมีคำถาม ก็มีคำแนะนำมาฝากจ๊า
ข้อแรก อย่าลืมว่า การทำงานต้องติดต่อกับคนอีกหลายคน หลายแผนก เราจะมีเพื่อนแค่คนเดียวก็คงไม่ใช่ อย่าไปถือสาเอาความกับคนแค่คนเดียวเลยค่ะ ทำดีคิดดีกับทุกคน โดยไม่หวังผลและไม่ทำร้ายเบียดเบียนใคร เป็นสิ่งดีที่สุดนะคะ ถ้าคิดว่า เราไม่ได้ทำร้ายเพื่อน และเพื่อนเราไม่มีเหตุผล ก็ขอให้ยึดในสิ่งดีๆ ของเราต่อไป  และเพื่อนงี่เง่าของเรานั้น จะเป็นเพื่อนในกลุ่ม เป็นเพื่อนที่ดี แต่ถ้าเรารู้สึกอึดอัดใจกับเค้าแล้ว ควรต้องพิจารณาด้วยว่าจะปรับตัวเข้าหา หรือว่าเดินถอยออกมาตามข้อต่อไป
ข้อสอง ค่อยๆ ปลีกตัวออกมาจากเพื่อนคนนั้น ไม่ใช่แบบหักดิบ ทำให้เพื่อนได้รู้สึกห่างทีละนิด ไม่เห็นเราสำคัญอีกต่อไป คือ ทำยังไงก็ได้ที่จะไม่ต้องไปทนรองรับอารมณ์คนแบบนั้น แต่ขณะเดียวกันก็ไม่ต้องจากกันด้วยความบาดหมาง ทางออกนี้น่าสนใจดีนะคะ แต่คุณต้องทนอยู่คนเดียวนะ ถ้าคุณยังไม่มีเพื่อนใหม่ๆ ที่เข้าใจคุณ
ข้อสาม แต่ถ้าเรารักเค้า และคิดว่าเราปรับตัวเข้าหาเค้าได้ไม่ยาก และก็ไม่อึดอัดฝืนใจ ก็ปรับตัวทีละนิด ให้อยู่กับเค้าให้ได้ แต่ในกรณีนี้เราก็อาจจะเสียโอกาสที่จะรู้จักเพื่อนใหม่ๆ ไปด้วยเช่นกัน
ที่ต้องคิดถึงให้มากๆ คือ การเป็นเพื่อนกัน ไม่จำเป็นต้องยินดี ยินร้ายต่อกันทุกเรื่อง เพื่อนที่ดีไม่ควรจะทำให้เรารู้สึกแย่ เพื่อนที่ดีนั้นจะทำให้เรารู้สึกสบายใจที่จะอยู่กับเค้า และอยู่ได้แม้ไม่ต้องพูดอะไรกันด้วยซ้ำ
อย่างที่ได้บอกไปตอนต้นว่า เราเป็นวัยทำงานแล้ว ปัญหานี้อาจจะส่งผลถึงชีวิตเรา มากกว่าตอนสมัยเรียน จะทำอะไรก็คิดดีๆ คิดถึงใจเราใจเขา คิดถึงการปรับตัว ปรับเปลี่ยนให้มากๆ สมัครงานธนาคาร .

สมัครงานธนาคาร


สมัครงานธนาคาร  หัวหน้างานแบบไหนที่พนักงานโหวตให้เป็นหัวหน้ายอดแย่
ไหนๆ สัปดาห์นี้ก็เขียนเรื่องราวเกี่ยวกับการสร้างแรงจูงใจ และการเป็นหัวหน้างานที่ดีมาแล้ว ก็เลยอยากขอเขียนต่ออีกสักวัน แต่วันนี้จะเป็นอีกมุมมองหนึ่งจากคนที่เป็นพนักงาน เขามองว่าหัวหน้างานแบบไหนที่จัดอยู่ในกลุ่มที่เรียกกว่าเป็นหัวหน้างานยอดแย่
ไม่เคยสนใจ ใส่ใจ พนักงานเลย เป็นหัวหน้างานที่ไม่เคยคิดที่จะสอบถามทุกข์สุขของพนักงาน เวลาที่มีการพูดคุยกัน หรือประชุมกัน ก็มีแต่พูด แต่ไม่เคยฟังความคิดเห็นอะไรของพนักงาน หรือถ้าฟัง ก็ไม่เคยที่จะสนใจหรือใส่ใจ ทำท่าเหมือนฟัง แต่จริงๆ ไม่ได้ฟัง บางคนทำท่าเหมือนเบื่ออะไรบางอย่าง ในขณะที่ฟังพนักงานพูด หรือบางคนหนักหน่อย ก็คือ นอกจากไม่ฟังแล้ว ยังขัดพนักงานตลอดเวลา จนพนักงานไม่มีโอกาสได้พูด หรือแสดงความคิดเห็นอะไรเลย จากนั้นก็มาบ่น และตำหนิพนักงานว่า ไม่เคยแสดงความเห็นอะไร อีกทั้งยังไม่สนใจว่าพนักงานต้องการความช่วยเหลืออะไรบ้าง ได้แต่พูดๆๆๆ แนะนำแบบลอยๆ แต่ไม่เคยที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในความรู้สึกของพนักงาน และไม่เคยคิดจะช่วยเหลือพนักงานให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้น
ไม่อยากให้ลูกน้องประสบความสำเร็จ หัวหน้ายอดแย่แบบที่สองที่พนักงานโหวตไว้ ก็คือ หัวหน้าที่ไม่ต้องการให้ลูกน้องได้ดีเกินหน้าเกินตาตนเอง เวลาที่ลูกน้องคิดอะไรดีๆ ออกมา หัวหน้าแบบนี้ก็มักจะปิดกั้นความคิดลูกน้อง โดยบอกว่าไม่ดีบ้าง หรือเคยทำมาแล้วบ้าง เวลาที่ลูกน้องอยากจะขอไปอบรม และเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เพิ่มเติม ก็มักจะอ้างว่า งานเยอะมาก ทำไมต้องไป อยู่ทำงานแบบนี้ดีแล้ว อีกทั้งไม่เคยคิดที่จะวางแผนในการที่จะพัฒนาลูกน้อง ไม่คิดจะสอนงานลูกน้อง เรียกได้ว่า ถ้าลูกน้องยิ่งแย่ลงเรื่อยๆ หัวหน้างานคนนี้จะมีความสุขมากขึ้น
มัวแต่สนใจในงานที่ไม่มีความหมายอะไร หัวหน้ายอดแย่แบบที่สามที่พนักงานโหวตก็คือ หัวหน้าที่มัวแต่สนใจในสิ่งที่ไม่มีประโยชน์ต่อเป้าหมายความสำเร็จ เช่นสนใจเรื่อง font ของเอกสารมากกว่า เนื้อหาที่เขียนในเอกสาร หรือสนใจในสีสัน และลูกเล่นใน powerpoint มากกว่าเรื่องราวที่จะนำเสนอ เวลาประชุม ก็มักจะพูด หรือเล่าเรื่องไร้สาระ ไม่ว่าจะเป็นประวัติการทำงานอันโชกโชนของตนเอง ซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยไม่สนใจว่า เป้าหมายของการประชุมนั้นคืออะไร ปล่อยเวลาให้เสียไปโดยไม่ได้มูลค่าเพิ่มอะไรเลย
ไม่เคยรับผิด คอยรับแต่ชอบ พฤติกรรมของหัวหน้ายอดแย่อีกรูปแบบหนึ่งก็คือ เป็นคนที่เวลามีลูกน้องทำผิด ก็มักจะไม่รับผิดทั้งๆ ที่อยู่ในความรับผิดชอบของตนเอง แต่กลับโยนความผิดนั้นให้ลูกน้องตนเอง แต่เวลาที่ลูกน้องทำงานได้ดี แล้วมีคนชื่นชม เขาก็มักจะแสดงออกว่า นั่นเป็นงานของเขาเอง เขาเป็นคนคิด และทำเองทั้งหมด ลูกน้องไม่เกี่ยว ฯลฯ
ไม่เคยมีคำชม หัวหน้ายอดแย่ที่พนักงานโหวตไว้อีกพฤติกรรมหนึ่งก็คือ เป็นหัวหน้าที่ไม่เคยคิดจะชมลูกน้องเวลาที่ลูกน้องทำงานได้ดี แต่ถ้าเมื่อไหร่ลูกน้องทำงานแย่ หรือผิดพลาด หัวหน้าคนนี้ก็จะด่าแหลก บางคนด่าตรงๆ บางคนก็อ้อมไปมา เสียดสีไปเรื่อย จนกว่าจะรู้สึกพอใจจึงหยุด
เล่นพรรคเล่นพวก หัวหน้ายอดแย่อีกประเภทหนึ่งก็คือ หัวหน้าที่เล่นพรรคเล่นพวก เอาพวกตัวเองเข้าว่า อวยแต่คนกันเอง ถ้าใครไม่เข้าพวก ก็มักจะถูกกีดกันออกไป และถูกเขี่ยทิ้ง โดยที่ไม่ดูผลงานของใครเลย และถึงแม้ว่ารู้ทั้งรู้ว่าพวกเดียวกัน ก็ไม่มีผลงานอะไรโดดเด่น แต่ก็ยังไม่สนใจ ลูกน้องที่ไม่คิดเหมือนเขา หรือคิดแตกต่างออกไป ก็มักจะถูกหัวหน้าคนนี้มองว่าเป็นพวกนอกคอก และจะถูกประณามหยามเหยียด จนทนไม่ได้ต้องออกไปจากองค์กร
ผมเชื่อว่าน่าจะยังมีพฤติกรรมแย่ๆ ของหัวหน้าอีกมาก แต่ที่กล่าวมาข้างต้นก็คือ สิ่งที่พนักงานโหวตกันเป็นส่วนใหญ่ ว่านี่คือพฤติกรรมของหัวหน้ายอดแย่ ที่มักจะพบเจอบ่อยๆ สมัครงานธนาคาร .

Share and Enjoy

  • Facebook
  • Twitter
  • Delicious
  • LinkedIn
  • StumbleUpon
  • Add to favorites
  • Email
  • RSS

สมัครงาน เตรียมหลักฐานการสมัครงาน

สมัครงาน การเตรียมตัวก่อนไปสมัครงาน
การสมัครงานเหมือนกับการไปเสนอขายสินค้า ซึ่งจำเป็นจะต้องเตรียมตัวให้ดี การเตรียมตัวก่อนสมัครงานเป็นสิ่งจำเป็น จะต้องเริ่มตั้งแต่ก่อนจบการศึกษาในแต่ละปีจะมีผู้จบการศึกษาทั้งระดับปริญญาตรี อาชีวศึกษา ทั้งสายพาณิชย์ ช่างอุตสาหกรรมและครู ทั้ง ปวช. ปวส. ปีละหลายหมื่นคน กระจัดกระจายทั่วประเทศ ซึ่งรวมกันแล้วจะเป็นแสน ๆ คน และรวมกับผู้ที่ตกค้างจากปีก่อน ๆ ที่ยังไม่ได้งานทำอีกมาก
ความเชื่อที่ว่าเรียนเก่งหรือเรียนดีแล้วจะหางานง่ายนั้น อาจไม่เป็นจริงเสมอไป ในยุคปัจจุบัน การรับคนเข้าทำงานในทุกวันนี้นั้นจะพิจารณาสิ่งอื่น ๆ ประกอบด้วย เช่น บุคลิกภาพ ความคล่องตัว ความอดทน ความเป็นคนมีปฏิภาณไหวพริบ เป็นต้น การเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องราวต่าง ๆ ในการหางานทำหรือสมัครงานจึงเป็นการเตรียมพร้อมที่ดีและควรเข้าทำนองที่ว่า “ฟอร์มดีมีชัยไปกว่าครึ่ง” การจะไปหางานหรือไปสมัครงาน เราที่จะต้องรู้ว่ามีอะไรที่น่าสนใจในตัวเรา สิ่งที่น่าสนใจนั้นต้องเป็นสิ่งที่ผู้สมัครนั้นสนใจด้วยก็เหมือนกับว่าคุณเป็นเซลแมนหรือเซลวูแมนที่จะเสนอขายสินค้า การเสนอขายสินค้าได้ จำเป็นจะต้องมีเทคนิควิธีการต่าง ๆ ที่ทำให้ผู้ซื้อสินค้าพร้อมที่จะอยากได้สินค้าเอาไว้ ถ้าคุณทำได้ โอกาสที่คุณจะได้งานทำก็มีมาก การเตรียมตัวเพื่อการสมัครงาน และเพื่อให้สามารถหางานทำได้เร็วยิ่งขึ้นควรมีการเตรียมตัวดังนี้
เตรียมหลักฐานการสมัครงาน
ผู้สมัครงานจะต้องเตรียมหลักฐานการสมัครงานต่าง ๆ เช่น ใบรับรองผลการศึกษา, ใบสุทธิรูปถ่าย, บัตรประจำตัวประชาชนพร้อมสำเนา, สำเนาทะเบียนบ้าน, ใบปลด รด.,และหลักหลักฐานอื่น ๆ (ถ้ามี) หนังสือรับรองการฝึกงานจากผู้ที่เคยจ้างงาน หรือรับรองจากอาจารย์ที่ปรึกษา นอกจากหลักฐานการดังกล่าวแล้ว ผู้สมัครงานควรเตรียมเครื่องเขียนปากกา ยางลบ ดินสอ ซองจดหมาย หลักฐานการสมัครงานควร เตรียมเอาไว้หลาย ๆ ชุด เพื่อสมัครงานหลาย ๆ แห่ง สมัครงาน .

สมัครงาน


สมัครงาน   เตรียมเครื่องแต่งตัว
ผู้สมัครงานควรเตรียมเสื้อผ้า รองเท้าที่สุภาพ เรียบร้อย เหมาะสมกับบุคลิกภาพของตนเอง ไม่จำเป็นต้องมีราคาแพง เพียงแต่ให้ดูสะอาดตา ตลอดจนทรงผมไม่ควรที่จะรุงรังจนเกินไป
เตรียมตัวเตรียมใจ
ผู้สมัครงานนอกจากเตรียมหลักฐาน เตรียมเครื่องแต่งตัวแล้ว จะต้องมีการเตรียมใจ พูดง่าย ๆ ก็คือ เตรียมใจ เตรียมกาย และเตรียมสิ่งต่าง ๆ ที่จำเป็นหรือคิดว่าจำเป็นไว้ให้พร้อมเพราะว่าชีวิตที่อยู่ในวัยเรียนกับชีวิตที่อยู่ในวัยทำงาน มันแตกต่างกัน ถ้ายังอู่ในวัยเรียน ถ้าเรียน ไม่ดีก็สอบตก หรือเรียนซ้ำชั้น สอบใหม่ แก้ตัวใหม่ได้ ถ้าอยู่ในวัยทำงาน ทำผิดพลาด หรือผลงานไม่ดี อาจถูกตำหนิ หรือตักเตือน ภาคทัณฑ์ เพราะฉะนั้นจึงจำเป็นต้องปรับตัว ปรับใจ ปรับความรู้สึก พร้อมที่จะรับสภาพความเป็นผู้ใหญ่
ก่อนสมัครงานควรรู้จักสิ่งเหล่านี้
มนุษย์ทุกคนมีความสามารถและคุณค่าบางอย่างในตัวเองเสมอ หน้าที่ของคุณพยายามค้นหา (ถ้าคุณยังไม่รู้) ความสามารถนั้นในตัวเองและแสวงหางานที่เขาต้องการความสามารถนั้นให้เจอ ดังนั้น ก่อนที่จะตัดสินใจสมัครงานตำแหน่งงานใด ๆ ก็ตามควรคำนึงถึง 2 จุดนี้ คือ รู้เขารู้เรา ดังสุภาษิตจีนที่ว่า “รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง” นั่นเอง
สาวๆ ควรเลือกใส่ชุดอย่างไรไปสัมภาษณ์งาน
กระโปรงหรือกางเกงแบบไหน
หากคุณชอบใส่กระโปรง แนะนำว่าอันดับแรกควรเป็นกระโปรงแบบเรียบๆ ที่ไม่มีดีเทลเยอะแยะ อาจจะเป็นสีพื้นที่ดูเรียบหรู เนื้อผ้าเหมาะสมกับรูปทรงของตัวกระโปรง หรืออาจจะเป็นผ้าลายก็ได้ แต่แนะนำว่าไม่ควรลายพร้อยจนเกินไป อาจจะเป็นลายที่มีสีอยู่ด้วยกันสักสองสี เช่นขาวดำ เพื่อไม่ให้ดูมีความเป็นแฟชั่นมากเกินไป ส่วนทรงของกระโปรงนั้น กระโปรงสอบทรงดินสอจะเป็นทรงที่เสริมบุคลิกภาพและรูปร่างของผู้ใส่ให้ดูดี อีกทั้งยังดูมีความมั่นใจมากขึ้น เพียงแค่เลือกความยาวให้เหมาะสมกับส่วนสูงของคุณ เช่น ครึ่งเข่าหรือคลุมช่วงเข่า แต่หากคุณเลือกที่จะใส่กางเกง ควรเป็นกางเกงผ้าที่มีช่วงขาตรง ไม่รัดขา เพราะกางเกงที่พอดีกับขามากเกินไปอาจจะดูลำลองไปสักนิด แต่หากคุณเลือกกางเกงผ้าที่ตัดเย็บดี ในทรงกางเกงเรียบตรงหรืออาจจะเป็นขากว้างหน่อยก็ได้ มีระดับความยาวพอดีกับความสูง ไม่ลอยเต่อหรือกองอยู่บริเวณข้อเท้า จะดูมีความเป็นทางการมากกว่า และที่สำคัญ กางเกงควรเป็นสีดำจะดูมีความเหมาะสมกับวาระโอกาสมากที่สุด
รองเท้าเข้าชุด
รองเท้าส้นสูงในระดับต่างๆ จะดูเสริมบุคลิกภาพมากกว่ารองเท้าส้นแบน อีกทั้งยังทำให้คุณดูมีความมั่นใจในการเดิน ในการระวังเรื่องบุคลิกภาพ แต่ทั้งนี้ หากกลัวจะเดินไม่ถนัด ก็อาจจะเลือกแบบไม่ต้องสูงมากนัก และความเป็นรองเท้าคู่ที่คุณใส่เดินได้อย่างคล่องตัวไม่ใช่เป็นคู่ใหม่ที่อาจจะกับเท้าคุณจนทำให้การเดินดูขัดและมีบุคลิกภาพที่ไม่ดี ในส่วนของสีนั้น สีสุภาพอย่างสีดำ สีน้ำตาล ถือเป็นสียอดนิยมที่จะช่วยคอมพลีทลุคได้กับเสื้อผ้าแทบทุกชุด
กระเป๋าแบบไหนดี
อย่าสะพายกระเป๋าใบใหญ่โตพะรุงพะรัง และไม่ควรใช้กระเป๋าถือใบเล็กแบบคลัชสำหรับการไปสัมภาษณ์งาน แต่ควรเลือกใช้กระเป๋าสะพายข้างที่มีความยาวประมาณช่วงหัวไหล่และไม่เกินสะโพก เพราะเป็นระดับความยาวที่กำลังเหมาะสม ขนาดของกระเป๋าประมาณกลางๆ เป็นกระเป๋าหนังแบบเรียบคลาสสิค ไม่ควรเป็นดูเป็นแบบแฟชั่นสีจัดจ้าน หรืออาจจะเลือกใช้เป็นกระเป๋าทรงถือแบบแมสเซจเจอร์ก็ทำให้ดูสุภาพเป็นทางการได้ดีเช่นกัน และถ้ามีความจำเป็นต้องเตรียมเอกสารประเภทผลงานที่คุณต้องใช้พรีเซนต์กับผู้สัมภาษณ์ ควรแยกใส่กระเป๋าถือใบที่ดูสุภาพเรียบร้อย ไม่ยัดมาจนแน่นกระเป๋า หรือไม่หิ้วใบใหญ่พะรุงพะรังไปจนเสียบุคลิกภาพ อาจจะเป็นกระเป๋าหนังหรือกระเป๋าผ้าเรียบๆ สักใบก็ได้ สมัครงาน .

Share and Enjoy

  • Facebook
  • Twitter
  • Delicious
  • LinkedIn
  • StumbleUpon
  • Add to favorites
  • Email
  • RSS

HYLI ไฮลี่ จะช่วยเกี่ยวกับผิวสวย หน้าใส ลดปัญหาถุงใต้ตา

Hyli ไฮลี่ ราคาถูก ทั้งปลีกและส่ง รีวิวอกฟูรูฟิตอาหารเสริมสำหรับผู้หญิง ของแท้ มีสรรพคุณที่ช่วยในเรื่องของการปรับฮอร์โมน ช่วยกระชับหน้าอก สวยเด้ง เต่งตึง กระชับมดลูก ปรับสมดุลย์ภายในร่างกาย ช่วยทำให้ผิวพรรณสดใสเนียนสวย มีน้ำมีนวล ลดสิวฝ้าจุดด่างดำ อีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ดีๆจาก hylife

hyli

เป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยแก้ปัญหาสำหรับคุณผู้หญิง เนื่องจากความเสื่อมของร่างกายเกิดขึ้นได้ทุกขณะ และทุกๆเวลาที่ผ่านไป อีกทั้งสภาวะแวดล้อมต่างๆ ภายนอกมากมายที่บั่นทอนสุขภาพ hyli ไฮลี่ จะช่วยเกี่ยวกับผิวสวย หน้าใส ลดปัญหาถุงใต้ตา ช่วยให้ภายในกระชับ ดับกลิ่น ลดปวดประจำเดือน ลดอาการตกขาวลดสิว ฝ้า กระ ริ้วรอย ช่วยปรับสมดุลทางเพศ ช่วยในการเพิ่มความเต่งตึงของหน้าอก ช่วยในเรื่องกลิ่นกายของสตรี ช่วยเพิ่มน้ำหล่อลื่น ทำให้มีความสุขในการมีเพศสัมพันธ์ลดความเสี่ยงต่อเป็นโรคหัวใจ ความดัน กระดูกพรุน และอาการวัยทอง

เราใช้นวัตกรรมใหม่ค้นพบโดยนักวิทยาศาตร์จากอเมริกา ที่ช่วยให้ส่วนผสมจากธรรมชาติทั้ง 13 ชนิด และออกฤทธิ์ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งจะไม่สูญเสียไปขณะขับของเสียออกจากร่างกายเช่น ปัสสาวะ ซึ่งจะแตกต่างจากอาหารเสริมทั่วไป (จึงทำให้เห็นผลไวภายใน 3 – 5 วัน)

ผงสาหร่ายสไปรูลินา : มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง มีกรดไขมันที่จำเป็น สูงพบว่าได้ผลชะลอความแก่ได้

สารสกัดเปลือกสน : เป็นสารที่มีคุณสมบัติต่อต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูงเสริมฤทธิ์การทำงานของวิตามินซี และอี แก้ปัญหาฝ้า ผิวหมองคล้ำ ริ้วรอยก่อนวัยช่วยเสริมสร้างคอลลาเจนยับยั้งการทำางานเม็ดสีผิวที่ผิดปกติ ทาให้ผิวเนียนเรียบแข็งแรงและยืดหยุ่นได้ดีขึ้น สีผิวสม่ำเสมอ

สารสกัดจากมะขามป้อม : HYLI

ออกฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสามมารถยับยังป้องกันริ้วรอยแห่งวัย
กระตุ้นการสร้าง procollagen ที่มีผลต่อการสร้างเนื้อเยื่อผิวหนังโปรตีนสกัดจากถั่วเหลือง
มีฤทธิ์แก้ปวดประจำเดือน ช่วยให้รอบเดือนปกติ
รักษาระดับน้ำตาล
แก้อาการตะคริวที่กล้ามเนื้อขา
ทำให้ช่องคลอดมีน้ำเมือกหล่อลื่น
เสริมโครงสร้างกระดูกและเนื้อเยื่อคอลลาเจน ไฮลี่.

Share and Enjoy

  • Facebook
  • Twitter
  • Delicious
  • LinkedIn
  • StumbleUpon
  • Add to favorites
  • Email
  • RSS

สมัครงานธนาคาร ฝึกอบรมยังไงก็ไม่ได้ผล เป็นเพราะอะไร

สมัครงานธนาคาร  ฝึกอบรมยังไงก็ไม่ได้ผล เป็นเพราะอะไร
เรื่องของการพัฒนาพนักงานเป็นอีกเรื่องที่มีความสำคัญมากในการบริหารทรัพยากรบุคคลขององค์กร ปกติแล้วองค์กรย่อมต้องการที่จะประสบความสำเร็จตามวิสัยทัศน์และเป้าหมายที่กำหนดไว้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของผลกำไร ยอดขาย ส่วนแบ่งตลาด ความพึงพอใจของลูกค้า ฯลฯ ยิ่งไปกว่านั้นเป้าหมายเหล่านี้ก็เพิ่มสูงขึ้นทุกปี ยากขึ้นทุกปี ท้าทายขึ้นทุกปี
เมื่อองค์กรต้องการความสำเร็จที่สูงขึ้นตลอด คำถามก็คือ แล้วความสำเร็จขององค์กรนั้น มันจะมาได้อย่างไร อะไรคือปัจจัยที่ทำให้องค์กรประสบความสำเร็จได้อย่างที่ต้องการ ถ้าลองไล่เรียงกันไปเรื่อยๆ จากผลไปหาเหตุ สุดท้ายก็มาสุดที่เรื่องของ “คน” หรือที่เราเรียกกันว่า “ทรัพยากรบุคคล” นั่นเอง
ประเด็นที่น่าคิดก็คือ ถ้าองค์กรต้องการความสำเร็จที่สูงขึ้น และต้องการความสำเร็จที่มีความยั่งยืนไปเรื่อยๆ แต่ถ้าคนในองค์กรไม่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเลย แล้วความสำเร็จนั้นจะมาจากไหนได้ ลองนึกดูง่ายๆ ก็ได้ครับ ถ้าองค์กรของเราต้องการผลกำไรที่มากขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา โดยต้องเพิ่มยอดขายในตลาดใหม่ที่เราไม่เคยเข้าไปมาก่อน และถ้าพนักงานเองก็ไม่มีความรู้ในเรื่องของตลาดใหม่นี้เลย เราจะสามารถเอาความรู้เก่าๆ ไปใช้กับตลาดใหม่ที่กำลังจะเข้าไปได้จริงหรือ คำตอบก็คือ ไม่ได้ทั้งหมด ดังนั้น เรื่องของการฝึกอบรมและพัฒนาพนักงานจึงเข้ามามีบทบาทสำคัญที่จะเป็นกลไกที่ทำให้พนักงานได้รับความรู้ ทักษะในการทำงานมากขึ้น และสามารถนำเอาความรู้ใหม่ๆ นั้นไปใช้ในการพัฒนาองค์กรให้เติบโตไปได้ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับหลายๆ องค์กรก็คือ เราเสียงบประมาณไปกับการฝึกอบรม และพัฒนาพนักงานมากมาย แต่กลับไม่เห็นผลอะไรเกิดขึ้นเลย ผู้บริหารเองก็ดูเหมือนกับว่า จะพยายามลดงบประมาณในส่วนนี้ลงไปอีก เพราะว่าฝึกอบรมมาแล้วไม่ได้ผลที่ดีขึ้นแต่อย่างใด ผู้บริหารก็เลยสรุปง่ายๆ ว่า จะอบรม หรือไม่อบรม ก็ไม่เห็นจะมีอะไรแตกต่างไปจากเดิม แล้วจะเสียเงินฝึกอบรมไปทำไม เอาเงินไปใช้ลงทุกอย่างอื่นที่ได้ผลตอบแทนที่ดีไม่ดีกว่าหรือ
จริงๆ แล้วสาเหตุที่ทำให้การฝึกอบรมและพัฒนาพนักงานในองค์กรไม่ได้ผลนั้น มันมีที่มาที่ไปครับ องค์กรหลายแห่ง เขาก็ทำได้ผลกันมาเยอะ แต่ที่ไม่ได้ผลก็เนื่องมาจากปัจจัยต่อไปนี้ สมัครงานธนาคาร .

สมัครงานธนาคาร


สมัครงานธนาคาร  ไม่มีการวางแผนการฝึกอบรมที่ชัดเจน สิ่งแรกที่ทำให้การฝึกอบรมของเราไม่ได้ผลก็คือ มีการจัดฝึกอบรมแบบไม่มีแผนงานรองรับ ไม่มีแนวทางที่ชัดเจน ไม่มีการกำหนดสิ่งที่เรียกว่า Core Knowledge ขององค์กร และ Competency ต่างๆ ให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น ก็เลยทำให้หัวหน้าไม่รู้ว่าจะต้องส่งพนักงานไปฝึกอบรมในเรื่องอะไรบ้าง พอถึงเวลาก็เลยส่งๆ ไปอย่างนั้น ไม่ได้มีวัตถุประสงค์ที่ส่งพนักงานไปฝึกอบรมเลย พนักงานก็เกิดอาการงงๆ ว่าทำไมหัวหน้าเราถึงส่งเราไปอบรมเรื่องนี้ ทั้งๆ ที่ก็ไม่เห็นจะเกี่ยวอะไรกับการทำงานเลยสักนิด สุดท้ายก็เสียเงินเปล่า และไม่ได้ผลอะไรกลับมาเลย เพราะคนส่งก็สักแต่ว่าส่ง คนเรียนก็ไม่มีใจที่อยากจะเรียน
ขาดการพัฒนาหลักสูตรเฉพาะสำหรับบริษัท ปัจจุบันนี้บริษัทที่ประสบความสำเร็จในเรื่องของการพัฒนาและฝึกอบรมพนักงาน มักจะมีการออกแบบหลักสูตรของตนเอง ซึ่งเป็นหลักสูตรที่เน้นการพัฒนาความรู้และทักษะที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของบริษัทโดยตรง บางแห่งยังร่วมกับวิทยากรที่เก่งในเรื่องนั้นๆ มาพัฒนาหลักสูตรร่วมกัน เพื่อที่จะใช้เป็นหลักสูตรการพัฒนาพนักงานเฉพาะของบริษัทนั้นๆ ซึ่งจะส่งผลต่องานได้โดยตรง แต่ถ้าบริษัทไม่มีการพัฒนาหลักสูตรของตนเอง สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือ เจ้าหน้าที่ฝึกอบรมก็จะทำหน้าที่ไปขอหลักสูตรฝึกอบรมในเรื่องนั้นๆ จากสถาบันต่างๆ จากนั้นก็มาพิจารณาว่าสถาบันไหนดี อันไหนที่สอนได้ครบถ้วน ราคาถูก จำนวนวันเยอะหน่อย จะได้คุ้มๆ แต่ไม่ได้มองเรื่องของคุณภาพของหลักสูตรเลย สุดท้ายก็ไม่ได้ผลอีกเช่นกัน เพราะส่งไปแล้วมันไม่ตรงกับสิ่งที่ต้องนำมาใช้ในการทำงานเลยก็มี
ขาดการติดตามอย่างต่อเนื่อง การฝึกอบรมจะได้ผลก็ต่อเมื่อ มีการติดตามผลการฝึกอบรมว่ากลับมาแล้วเป็นอย่างไรบ้าง โดยหัวหน้างานของพนักงานคนนั้นจะต้องทำหน้าที่นี้ โดยการมอบหมายงาน และพยายามที่จะให้พนักงานได้ใช้ทักษะใหม่ๆ ที่ไปอบรมมา จากนั้นก็ต้องทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงให้กับพนักงานในเรื่องนั้นๆ ด้วย เช่น เราส่งลูกน้องไปอบรมเรื่องของการสื่อสารที่ดี พอเขากลับมา ถ้าหัวหน้าไม่มีการมอบหมายงาน หรือไม่พยายามให้เขาได้สื่อความมากขึ้น โดยใช้ความรู้ที่เรียนมา ผลก็คือ เขาก็จะไม่ได้นำเอาความรู้นั้นมาใช้ การฝึกอบรมก็จะไม่ได้ผลอีกเช่นกัน แต่ถ้าหัวหน้าติดตาม และมอบหมายงาน รวมทั้งสังเกตพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปว่าเป็นอย่างไร และมีการ Feedback ในเรื่องนั้นๆ กับพนักงานอย่างสม่ำเสมอ การฝึกอบรมนั้นก็จะได้ผลดีอย่างต่อเนื่อง พนักงานก็จะเป็นพนักงานที่มีความรู้ความสามารถที่เพิ่มขึ้น และนำไปใช้ในการทำงานจริงได้ห
ดังนั้นถ้าเราต้องการให้งบประมาณการฝึกอบรมที่ใช้ไปนั้นได้ผลจริงๆ ก็ต้องเริ่มต้นจากการวางระบบการพัฒนาพนักงานให้ชัดเจน ว่าจะใช้เครื่องมืออะไร เช่น Competency Based เป็นต้น จากนั้นก็ต่อยอดจาก Competency ที่มีนั้น ทำให้เป็นมาตรฐานการฝึกอบรม หรืออาจจะทำเป็น Training Roadmap ก็ได้ว่าการจะพัฒนา Competency อะไรสักตัวจะต้องเริ่มจากอะไร และต่อด้วยอะไรบ้าง
พอแผนงาน และหลักการตรงนี้ชัดเจนแล้ว ก็ต้องมาประเมินความสามารถของพนักงานแต่ละคน ซึ่งเรื่องนี้ก็ต้องมีการพัฒนาหัวหน้างานทุกระดับให้สามารถที่จะประเมินความรู้ความสามารถของพนักงานออก เพื่อที่จะได้หา Gap และนำมาวางแผนในการพัฒนาพนักงานคนนั้นอย่างเจาะจง สมัครงานธนาคาร .

Share and Enjoy

  • Facebook
  • Twitter
  • Delicious
  • LinkedIn
  • StumbleUpon
  • Add to favorites
  • Email
  • RSS