สาหร่ายแดง pantip ปรับปรุงคุณภาพน้ำเชื้ออสุจิ ทำให้มีบุตรง่ายขึ้น

สาหร่ายแดง pantip ประโยชน์ของสาหร่ายแดงแอสต้าเอ็กซ์ ASTA-X
1.ป้องกันการอักเสบเรื้อรังภายในร่างกาย ซึ่งเป็นบ่อเกิดของโรคเสื่อม(ผู้ป่วยทุกโรคที่มาจาก cell เสื่อมทั้งหลาย)
2.ให้พลังและความทนทาน(เหมาะสำหรับคนทำงานหนัก, นักกีฬา, นักเรียน)
3.ป้องกันรังสียูวีจากภายในร่างกายและเพิ่มความงามให้กับผิวพรรณ คือลบรอยเหี่ยวย่น เพิ่มความชุ่มชื้น ปรับสีผิว เพิ่มความยืดหยุ่น เพิ่มความนิ่มนวล ลดจุดด่างดำ(เหมาะกับคนรักสวยรักงาม วัยรุ่น กลางคน ถึงวัยชราที่กลัวความแก่)
4.ปกป้องและบำรุงสายตา ทำให้การมองเห็นดีขึ้น เพราะสาร astaxanthin สามารถผ่านตัวกรองเลือดที่ไปเลี้ยงลูกตาที่สารต้านอนุมูลอิสระอื่นไม่สามารถผ่านได้
5.ปกป้องสมองและระบบประสาทส่วนกลาง ช่วยให้มีสมาธิและความจำดีขึ้น เพราะสาร astaxanthin สามารถผ่านตัวกรองเลือดที่ไปเลี้ยงสมอง โดยที่สารต้านอนุมูลอิสระอื่นไม่สามารถผ่านได้(เหมาะกับคนที่มีปัญหาเรื่องสมอง และระบบประสาท)
6.ลดอาการปวดข้อมือเนื่องจากเอ็นอักเสบ(เหมาะกับคนใช้มือทำงานหนัก ปวดข้อมือ นิ้วล๊อค เอ็นข้อมืออักเสบ)
7.บรรเทาอาการปวดจากเม็ดพุพองและแผลเปื่อยในปากเนื่องจากเป็นไข้(ผื่นคัน ภูมิแพ้ ร้อนใน)
8.เทนนิส เอลโบ ซึ่งเป็นอาการอักเสบของกล้ามเนื้อกระดูกข้อมือ มีตำแหน่ง เกาะข้อศอกอยู่ด้านนอกของกระดูกต้นแขน(คนทำงานหนัก, นักกีฬา – เทนนิส แบดมินตัน กอล์ฟ กีฬาทุกชนิดที่ต้องใช้กำลังแขน)
9.โรครูมาตอยด์
10.ลดความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดแข็งตัว ช่วยลดระดับคลอเรสเตอรอลเลว เพิ่มระดับคลอเรสเตอรอลดี ลดระดับไตรกลีเซอไรด์
11.ปรับปรุงคุณภาพน้ำเชื้ออสุจิ ทำให้มีบุตรง่ายขึ้น สาหร่ายแดง pantip.

สาหร่ายแดง pantip

สาหร่ายแดง pantip  นอกจากนี้ สาร แอสตาแซนธิน ยังช่วยยับยั้งกระบวนการเกิดปฏิกิริยากับออกซิเจน ที่ทำให้เกิดการสะสมของกรดในดวงตา อันเป็นสาเหตุให้ดวงตาอ่อนล้า และยังช่วยป้องกันดวงตาจากรังสีอุลตร้าไวโอเลต และชะลอความเสื่อมของดวงตา คุณค่าของสารแอสต้าแซนธิน ให้คุณค่าของสารอาหารมากมาย แต่กลับไม่เป็นที่รู้จัก เมื่อเปรียบเทียบกับสารต้านอนุมูลอิสระชนิดอื่นๆ เพราะด้วยความซับซ้อนของสารแอสตาแซนธิน ซึ่งซ่อนอยู่ในเปลือกกุ้งหรือกระดองของสัตว์ทะเล หรือแม้แต่ขนสีชมพูในนกฟลามิงโก
ทางด้านผิวหนัง สารแอสตาแซนธิน ช่วยลดอาการผิวแห้ง เพิ่มความชุ่มชื้น ลดอาการผิวหยาบกร้านรวมถึงลดริ้วรอยและความเหี่ยวย่นได้ดี ผิวหนังในระดับเซลล์จะถูกทำลายจากอนุมูลอิสระ (ROS) ที่เกิดจากการทำปฏิกิริยากับแสงแดด มลพิษ โอโซนในชั้นบรรยากาศ ส่งผลให้ผิวดูแก่กว่าวัย สารแอสตาแซนธินจากสาหร่ายนี้จะช่วยเพิ่มตัวต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) เพื่อป้องกันชั้นผิวหนังไม่ให้เสียหายจากผลกระทบของอนุมูลอิสระ เช่นการสูญเสียความชุ่มชื้น และเกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นจากการที่คอลลาเจนถูกทำลาย อีกทั้งช่วยลดการเกิดการอักเสบของชั้นผิวหนังจากผลกระทบของรังสี UVB ได้ด้วยความปลอดภัย
เราสามารถบริโภคแอสตาแซนธิน (Astaxanthin) ได้อย่างปลอดภัยเนื่องจากสารชนิดนี้เป็นส่วนหนึ่งในอาหารของมนุษย์มานานหลาย พันปีแล้ว ตัวอย่างเช่น ในปลาแซลมอนคุณภาพดีจะมีแอสตาแซนธิน (Astaxanthin) บริสุทธิ์ประมาณ 3 – 6 มิลลิกรัม
มี การทดลองทางคลินิก โดยรับประทานสารแอสตาแซนธิน จาก Microalgae Haematococcus Pluvialis มากถึง 40 มิลลิกรัมเป็นประจำทุกวัน เป็นเวลา 4 สัปดาห์ติดต่อกัน โดยไม่พบผลข้างเคียงใดๆและจากการทดสอบ Full Acute & Sub Chronic, Ames Test & Gene Toxicity และการค้นหาเอกสารทางวิชาการทั่วโลกนั้นไม่พบรายงานที่มีผลข้างเคียงในทาง ลบ     และจากข้อมูล มีการนำ Microalgae Haematococcus Pluvialis ซึ่งมีสารแอสตาแซนธิน (Astaxanthin) อยู่เป็นจำนวนมาก นำมาสกัดเป็นอาหารเสริมและได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในพื้นที่แถบสแกนดิเน เวีย ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1995 และสารแอสตาแซนธิน (Astaxanthin) มีการวางจำหน่ายอย่างแพร่หลายในตลาดตั้งแต่ปีค.ศ. 1999 จนถึงปัจจุบัน
ปัจจุบันแอสตาแซนธิน (Astaxanthin) เป็นสารที่มีความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระได้ดีที่สุด แอสตาแซนธิน (Astaxanthin) จึงเป็นสารต้านอนุมูลอิสระทางเลือกใหม่ ที่ให้ได้มากกว่าสารต้านอนุมูลอิสระชนิดอื่นๆ
มีผลงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ทำการศึกษาประสิทธิภาพของสารต้านอนุมูลอิสระชนิดต่างๆ พบว่า แอ สตาแซนธิน (Astaxanthin) มีความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระได้แรงกว่า วิตามิน ซี 6,000 เท่า, CoQ10 800 เท่า, วิตามิน อี 550 เท่า, Green tea catechins 550 เท่า, Alpha lipoic acid 75 เท่า, เบต้า แคโรทีน 40 เท่า และ สารสกัดจากเมล็ดองุ่น 17 เท่าประโยชน์ของสารแอสตาแซนธิน นอก จากเป็นสารต้านอนุมูลอิสระได้ดีเยี่ยม ยังมีประโยชน์ต่อร่างกายในด้านต่างๆ ดังนี้ ช่วยให้ผิวคงความอ่อนวัย ลดริ้วรอย ความหย่อนคล้อยและจุดด่างดำ ช่วยบำรุงสายตา ลดอาการเมื่อยล้าของสายตาจากการใช้คอมพิวเตอร์ช่วย เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อร่างกาย ช่วยดูแลสุขภาพกระเพาะอาหาร
ใครบ้างที่ควรรับประทานสารต้านอนุมูลอิสระแอสตาแซนธิน (Astaxanthin) ผู้ที่ใส่ใจในสุขภาพทุกเพศทุกวัยผู้ที่ใส่ใจในความงามและสุขภาพผิวผู้ที่ ต้องเผชิญกับมลภาวะต่างๆเป็นประจำเช่นความเครียด ฝุ่นควันจากท่อไอเสียรถยนต์ เป็นต้นผู้ที่ต้องทำงานใช้สายตากับคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานนักกีฬาและผู้ที่ ออกกำลังกายเป็นประจำ สาหร่ายแดง pantip.

Share and Enjoy

  • Facebook
  • Twitter
  • Delicious
  • LinkedIn
  • StumbleUpon
  • Add to favorites
  • Email
  • RSS

ขายสาหร่ายสีแดง สาหร่ายคืออะไร

ขายสาหร่ายสีแดง  สาหร่ายเป็นจุลินทรีย์ชนิดหนึ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสภาพแวดล้อมของโลกและความเป็นอยู่ของมนุษย์ เป็นส่วนหนึ่งของต้นทางห่วงโซ่อาหารในระบบนิเวศน์ เป็นตัวการในการรักษาสมดุลทางธรรมชาติ สามารถสร้างสารพิเศษบางชนิดที่มีประโยชน์และโทษต่อมนุษย์ ฉะนั้นจึงมีการศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพของสาหร่าย เพื่อที่จะรวบรวมและจัดจำแนกให้เป็นระบบสามารถนำมาใช้ประโยชน์ต่อไปในอนาคต
การศึกษาค้นคว้าหาแหล่งอาหารโปรตีนแหล่งอื่นนอกเหนือจากโปรตีนจากเนื้อสัตว์และพืช ซึ่งนับวันการผลิตจะไม่เพียงพอกับการเพิ่มของประชากรโลก สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร โดยความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทย-เยอรมัน ได้เห็นความสำคัญของสาหร่ายเป็นแหล่งอาหารโปรตีนและสารเคมีที่มีมูลค่าสูง เพราะประเทศไทยเป็นประเทศในเขตร้อนซึ่งเหมาะต่อการเพาะเลี้ยงสาหร่ายได้ตลอดทั้งปีโดยอาศัยพลังงานจากแสงแดด จึงได้จัดตั้งหน่วยปฏิบัติการสาหร่ายขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2513 เพื่อศึกษาค้นคว้า ทดลองและวิจัย การเพาะเลี้ยงสาหร่ายโดยทำการสำรวจรวบรวมสายพันธุ์สาหร่ายน้ำจืดจากแหล่งน้ำต่าง ๆ ทั่วประเทศไทย แยกเชื้อสาหร่ายบริสุทธิ์และเก็บรักษาสายพันธุ์สาหร่ายในสภาพที่เป็นวุ้น ซึ่งในระยะแรกศึกษาเกี่ยวกับการเจริญเติบโตของสาหร่ายในสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติ ในระยะต่อมาทดลองทำอาหารบางชนิดโดยการผสมสาหร่ายเพื่อทดสอบความนิยมของผู้บริโภค รวมทั้งการทดสอบความเป็นพิษของสาหร่ายด้วย ขายสาหร่ายสีแดง.

ขายสาหร่ายสีแดง


ขายสาหร่ายสีแดง  สาหร่ายคืออะไร
ถ้าถามว่าสาหร่ายคืออะไร คงจะตอบได้ไม่ง่ายนัก เนื่องจากสาหร่ายมีความแตกต่างกันในเรื่องของที่อยู่อาศัย ขนาดสรีระ ชีวเคมี การสืบพันธุ์ และการจัดระเบียบขึ้นมา อย่างไรก็ตามได้มีผู้ให้คำจำกัดความที่ครอบคลุมความหมายของคำว่าสาหร่ายได้ดีพอสมควร โดยคำว่า “สาหร่าย” หมายถึง พืชชั้นต่ำที่มีคลอโรฟิลล์ สามารถสังเคราะห์แสงได้ ไม่มีส่วนที่เป็นราก ลำต้น ใบ ที่แท้จริง มีขนาดตั้งแต่เล็กมากประกอบด้วยเซลล์เดียว ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าต้องดูด้วยกล้องจุลทรรศน์ จนถึงขนาดใหญ่ยาวเป็นเมตรประกอบด้วยเซลล์จำนวนมาก อาจมีลักษณะเป็นเส้นสายหรือมีลักษณะคล้ายพืชชั้นสูง โดยมีส่วนที่คล้ายราก ลำต้น และใบรวมเรียกว่า Thallus
เทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงสาหร่าย
สายพันธุ์สาหร่ายที่จะนำมาเพาะเลี้ยงในทางการค้า ควรเป็นสายพันธุ์ที่มีการเจริญเติบโตได้รวดเร็ว มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ไม่มีสารพิษ ทนทานต่ออุณหภูมิสูง ถ้าเป็นเซลล์ขนาดใหญ่ก็จะง่ายต่อการเก็บเกี่ยว
เทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงสาหร่ายมี 3 ขั้นตอนที่สำคัญ คือ  ขายสาหร่ายสีแดง
1. การเพาะเลี้ยง (Algal cultivation) ตั้งแต่การเพาะเลี้ยงหัวเชื้อสาหร่ายในห้องควบคุม การเพาะเลี้ยงในอ่างขนาดใหญ่ การกวน การให้อากาศ และการใส่สารอาหาร
2. การเก็บเกี่ยว (Harvesting) โดยจะใช้เครื่องมือและวิธีการต่าง ๆ ตามแต่ชนิดของสาหร่าย เช่น เครื่องเหวี่ยง การตกตะกอน การกรอง
3. การทำแห้ง (Drying) โดยวิธีต่าง ๆ เช่น การตากแดด (Sun-drying) ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ (Solar-drying) การอบแห้งแบบลูกกลิ้ง (Drum-drying) การอบแห้งแบบพ่นฝอย (Spray-drying) การอบแห้งแบบระเหิด (Freeze-drying)
การใช้ประโยชน์จากสาหร่าย
- ใช้เป็นอาหารมนุษย์ มนุษย์รู้จักนำสาหร่ายมาใช้เป็นอาหารนานนับพันปีแล้ว เช่น ชาวจีน ญี่ปุ่น ใช้สาหร่ายสีน้ำตาล (Laminaria) และสาหร่ายสีแดง (Porphyra) หรือที่เรียกว่า จีฉ่าย มาทำอาหารพวกแกงจืด ญี่ปุ่นผสม Chlorella sp. ลงในชา ซุป น้ำผลไม้ บะหมี่ และไอศครีม สำหรับห้องปฏิบัติการสาหร่ายตามธรรมชาติ คัดแยกสายพันธุ์บริสุทธิ์ วิเคราะห์ปริมาณโปรตีน 40-50% ศึกษาปัจจัยที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของสาหร่ายในห้องควบคุมเพื่อใช้เป็นข้อมูลในการเลี้ยงในอ่างขนาดใหญ่เพื่อเข้าสู่อุตสาหกรรม ซึ่งผลงานวิจัยมีมากมาย เช่น การเพาะเลี้ยงสาหร่าย Spirulina Sp. ในอาหารเลี้ยงเชื้อที่มีโซเดียมไบคาร์บอเนตระดับต่าง ๆ กัน การคัดเลือกหาสภาวะที่เหมาะสมในการเพาะเลี้ยงสาหร่ายสีน้ำเงินแกมเขียว Spirulina Sp. เพื่อใช้เป็นอาหารมนุษย์ การเพาะเลี้ยงสาหร่ายพันธุ์พื้นบ้านเพื่อหาปริมาณโปรตีนเปรียบเทียบกับพันธุ์ Scenedesmus acutus (Selection of Local Algal Strains Related to Protein Content Compared with Scenedesmus acutus) เปรียบเทียบการเจริญเติบโตของสาหร่ายจากการเพาะเลี้ยงด้วยอาหารเลี้ยงเชื้อ 2 ชนิด (Growth Comparison of Green Algec Cultivated in Two Different Media.) ขายสาหร่ายสีแดง.

Share and Enjoy

  • Facebook
  • Twitter
  • Delicious
  • LinkedIn
  • StumbleUpon
  • Add to favorites
  • Email
  • RSS

ประโยชน์สาหร่ายสีแดง สารสีแดงเพื่อคงผิวสวยอ่อนเยาว์

ประโยชน์สาหร่ายสีแดง  Astaxanthin สารสีแดงเพื่อคงผิวสวยอ่อนเยาว์
หนังสือความรู้รอบตัวที่อ่านตอนเด็ก ๆ บอกว่า นกฟลามิงโก้มีสีชมพูหรือสีส้มออกแดงเพราะกินสาหร่ายสีแดงเข้าไป (แต่กินเพื่ออะไร?)
โตขึ้นมาอีกหน่อยเราก็ได้รู้ว่า ปลาแซลมอนที่เราชอบกิน มีเนื้อสีส้มเพราะว่ากิน Krill ที่มีส้มเข้าไป (และ Krill ก็กินสาหร่ายขนาดเล็กที่มีสีแดงเข้าไปอีกที)
เหตุผลที่แซลมอนต้องเปลี่ยนตัวเองให้มีเนื้อสีส้มเพราะว่ามันต้องกลับจากทะเลขึ้นมาวางไข่ในแม่น้ำ ที่ต้องเจอกับ Stress ภายนอกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นแสงแดด รังสี UV เจ้าสีแดง ๆ นี่แหล่ะคืออาวุธที่ปลาแซลมอนใช้ปกป้องตัวมันเองจากสิ่งรบกวนภายนอก
สีแดง ๆ ที่ว่านี้คือสารที่มีชื่อว่า Astaxanthin ซึ่งเป็นสารกลุ่ม carotenoids ที่มีคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระที่สูงม๊าก โดยสูงกว่าวิตามินซี ถึง 6,000 เท่า และมากกว่า Coenzyme Q-10 ถึง 800 เท่า นับว่าเป็นสารต้านอนุมูลอิสระอีกหนึ่งตัวที่น่าสนใจ (แต่ก็ไม่สามารถทดแทนวิตามินหรือสารต้านอนุมูลอิสระตัวอื่นได้ เพราะการทำงานและประโยชน์อื่น ๆ ที่ให้กับร่างกายก็ไม่เหมือนกันซะทีเดียว) ประโยชน์สาหร่ายสีแดง.

ประโยชน์สาหร่ายสีแดง


ประโยชน์สาหร่ายสีแดง Astaxanthin สามารถพบได้ในสิ่งมีชีวิตทั้งพืชและสัตว์ และจากความรู้ในปัจจุบัน สาหร่ายน้ำจืดขนาดเล็กที่มีชื่อว่า ฮีมาโตคอกคัส พลูวิเอลิส (Haematococcus Pluvialis) โดยเจ้าสาหร่ายนี้ก็มีกระจายอยู่ในแถบภูมิอากาศอบอุ่นทั่วโลก ซึ่งปกติแล้วเจ้าสาหร่ายนี้ก็จะมีสีเขียวสมบูรณ์ดี แต่เมื่อสภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลงไปจนไม่เอื้ออำนวยต่อการดำรงชีวิตอยู่ได้ สาหร่ายชนิดนี้ก็จะสร้างสารสีแดงที่มีชื่อว่า Astaxanthin ขึ้นมาเพื่อปกป้องเซลล์ของตัวเองจยกว่าสภาพวะที่เหมาะกับการดำรงชีวิตจะกลับมาอีกครั้ง
ปัจจุบัน Haematococcus Pluvialis เป็นแหล่งในการผลิต Astaxanthin เพื่อเชิงพาณิชย์ที่สำคัญ โดย Astaxanthin ถูกนำมาใช้เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เครื่องดื่ม หรือแม้กระทั่งเครื่องสำอาง โดยให้คุณสมบัติที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการต้านอนุมูลอิสระ ลดการอักเสบในระดับเซลล์ ช่วยลดความเหนื่อยล้าของสายตา รวมไปถึงเรื่องความงามของผิวพรรณอีกด้วย
การศึกษาถึงผลของ Astaxanthin ที่มีต่อผลเชิงความความงามของผิวพรรณนั้นส่วนใหญ่ทดสอบโดยนักวิทยาศาสตร์ชาวญี่ปุ่นซะเป็นส่วนใหญ่ โดยการศึกษาที่ตีพิมพ์ในปี 2006 กับผู้หญิง 49 คน อายุเฉลี่ยอยู่ที่ 47 ปี ถูกแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม โดยกลุ่มแรกจะได้รับแคปซูลที่บรรจุ Canola Oil ผสม Astaxanthin 2 มิลลิกรัม ทานหลังอาหารเช้าและเย็นครั้งละ 1 เม็ด และอีกกลุ่มจะได้รับแคปซูลหลอกที่มี Canola Oil แต่ไม่มี Astaxanthin ผสมอยู่
หลังจาก 6 สัปดาห์ ผลปรากฏว่า กลุ่มที่ทาน Astaxanthin มีปัญหาริ้วรอยลดลง มีความยืดหยุ่นของผิวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญมากกว่ากลุ่มที่ได้รับยาหลอก สำหรับเรื่องความชุ่มชื้น กลุ่มที่ได้รับ Astaxanthin มีการพัฒนาขึ้นมากกว่า กลุ่มที่ได้รับยาหลอกซึ่งมีการพัฒนาเหมือนกันแต่น้อยกว่ากลุ่มที่ได้รับ Astaxanthin
การทดลองนี้สรุปไว้ว่า ผลที่ได้รับอาจมาจากคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระของ Astaxanthin นั้นเข้าไปช่วยปกป้องคอลลาเจนในผิวจากอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นจากรังสี UV ประโยชน์สาหร่ายสีแดง.

Share and Enjoy

  • Facebook
  • Twitter
  • Delicious
  • LinkedIn
  • StumbleUpon
  • Add to favorites
  • Email
  • RSS

สาหร่ายแดง astaxanthin สาหร่ายแดงมีสารอาหารที่มีประโยชน์มาก

สาหร่ายแดง astaxanthin   รู้สึกสดชื่นตลอดทั้งวัน หลับลึกขึ้นในเวลากลางคืน เนื่องจากสาหร่ายแดงมีสารอาหารที่มีประโยชน์มากมาย เช่น เอนไซม์ธรรมชาติในสาหร่ายแดง  กรดอะมิโน  วิตามินและเกลือแร่หลายชนิด ช่วยล้างคราบตะกรันไขมันในท่อเลือด ทำให้เลือดเลี้ยงสมองได้เต็มที่ เหมาะกับผู้มีที่มีอาการไมเกรน
อาการเจ็บ ปวด เมื่อย ในจุดต่างๆ เพิ่มขึ้น หรือลดลง สาหรา่ยแดงมีสรรพคุณช่วยรักษาอาการบาดเจ็บ เอ็น เส้น ข้อ กล้ามเนื้อ  ช่วยล้างพังผืดที่เกาะตามส่วนต่างๆของร่ายการ อาการนิ้วล็อค โรครูมาตอยด์ บำรุงสายตา และสมองได้ แพทย์ของอเมริกา แนะนำให้คนไข้ทานสาหร่า่ยแดง 10 mgต่อวัน (3 เม็ดเจล) เพื่อรักษาอาการบาดเจ็บต่างๆ
ปัสสาวะขุ่น เนื่องจากสาหร่ายแดงจะช่วยย่อยพังผืดตามส่วนต่างๆของร่างกายที่มีปัญหา และขับออกทางปัสสาวะ
อุจจาระจะมีสีแดง เนื่องจากเมื่อสาหรา่ยแดงดูดซึมเข้าสู่ลำไส้ จะช่วยให้อุจจาระมีน้ำมัน เมือกลื่น ทำให้ขับถ่ายได้ง่าย เหมาะสำหรับคนเป็นโรคท้องผูก
รู้สึกคลายตัวบริเวณเบ้าตา เนื่องจากสาหร่ายแดงสามารถถูกดูดซึมผ่านเยื่อสมอง และเข้ามาบำรุงที่เบ้าตาได้โดยตรง ทำให้การรักษาโรคตามีประสิทธิสูงที่สุด ช่วยปรับการมองเห็น ลดอาการเมื่อยล้าของสายตา ทำให้การมองเห็นกลางแสงแดด และเวลากลางคืนชัดเจนขึ้น สาหร่ายแดง astaxanthin.

สาหร่ายแดง astaxanthin


สาหร่ายแดง astaxanthin  ผิวมัน และมีสีแดง อมชมพูมากขึ้น เนื่องจากผิวหนังจะขับน้ำมันของสาหร่ายแดงออกมา เพื่อช่วยปกป้องผิวจากแสงแดด เปรียบเสมือนครีมกันแดดคุณภาพดีเยี่ยม ผิวจะมีความมัน ยืดหยุ่นมากขึ้น และยังช่วยลดริ้วรอยอีกด้วย
คลินิคเสริมความงามในกรุงเทพหลายที่ จ่ายสาหร่ายแดงให้คนไข้เพื่อรักษาริ้วรอย ฝ้า กระ บนใบหน้า ในราคาที่สูงมาก
รักษาเอ็น เส้น กล้ามเนื้อ ข้อ กล้ามเนื้อ สายตา สมอง
อาการบาดเจ็บ ปวด เมื่อย เส้น เอ็น ข้อ กล้ามเนื้อต่างๆ
สกัดสาหร่ายแดงมาเป็นผง และนำมาละลายในน้ำมันดอกคำฝอยเพื่อบรรจุในเม็ดเจล
สรรพคุณ ของสาหร่ายแดง
ช่วยป้องกันการอักเสบเรื้อรังภายในร่างกาย ลดอาการแทรกซ้อนของโรคต่างๆ ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคเสื่อม
เพิ่มพละกำลัง ความแข็งแรงของร่างกาย สดชื่น กระปรี้กระเปร่าตลอดทั้งวัน
ป้องกันแสงแดด และรังสียูวี ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ดูอ่อนกว่าวัย ปรับสีผิว เพิ่มความยืดหยุ่น เพิ่มความนุ่มนวล ลดฝ้า และจุดด่างดำ
บำรุงสายตา ทำให้การมองเห็นดีขึ้น เพราะสารแอสต้าแซนธิน (Astaxanthin) และสารลูทีน (Lutein) สามารถถูกดูดซึมไปเลี้ยงเบ้าตาที่อาหารเสริมตัวอื่นไม่สามารถผ่านได้
บำรุงสมองและระบบประสาท ช่วยผ่อนคลาด ลดความเครียด ทำให้มีสมาธิ และมีความจำดีขึ้น สารแอสต้าแซนธิน (Astaxanthin) สามารถถูกดูดซึมไปเลี้ยงสมองได้ โดยที่อาหารเสริมตัวอื่นไม่สามารถผ่านได้
ลดอาการบาดเจ็บ ปวดเมื่อย ข้อมือเนื่องจากอาการเอ็นอักเสบ เหมาะสำหรับผู้ที่ใช้มือยกของ ทำงานหนัก ปวดข้อมือ มีอาการนิ้วล๊อค เอ็นข้อมืออักเสบ  สาหร่ายแดง astaxanthin.

Share and Enjoy

  • Facebook
  • Twitter
  • Delicious
  • LinkedIn
  • StumbleUpon
  • Add to favorites
  • Email
  • RSS

vitamin c ราคา รู้ไหมวิตามินซีมีประโยชน์อย่างไรบ้าง

vitamin c ราคา  รู้ไหมวิตามินซีมีประโยชน์อย่างไรบ้าง
วิตามินซีนับได้ว่าเป็นอาหารเสริมที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆ สรรพคุณต่างๆของวิตามินซีเป็นที่รับรู้กันในวงกว้าง ทั้งในด้านความสวยความงามที่ทำให้มีผิวขาวสวยใสสุขภาพผิวดี หรือในด้านสุขภาพ มาดูกันค่ะว่าวิตามินซีมีประโยชน์อย่างไรบ้าง
วิตามินซีสามารถช่วยในการบรรเทาอาการแพ้ หอบหืด และไซนัส วิตามินซียังมีคุณสมบัติในการเป็นสารที่ช่วยในการต่อต้านอาการภูมิแพ้ต่างๆ เช่น การแพ้ฝุ่นละออง แพ้เกสรดอกไม้ แพ้อากาศ ซึ่งอาการแพ้เหล่านี้เป็นสาเหตุสำคัญของการเป็นโรคโพรงอากาศข้างจมูกอักเสบ หรือไซนัสอักเสบ นอกจากนี้ยังมีการศึกษาค้นคว้าวิจัยพบว่า วิตามินซีมีส่วนสำคัญในการช่วยป้องกันและทำให้อาการหอบหืดดีขึ้นอีกด้วย
วิตามินซีสามารถช่วยในเรื่องของความทรงจำ เพราะวิตามินซีจะเข้าไปช่วยรักษาสภาพของเซลล์ในระบบประสาท แต่ถ้าอยากได้รับผลดียิ่งขึ้นควรรับประทานวิตามินซีร่วมกับอาหารที่มีคุณสมบัติในการช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidants) ชนิดอื่นๆ เช่น วิตามินอี แคโรทีน และโคเอนไซม์คิวเทน เป็นต้น
วิตามินซีสามารถช่วยป้องกันอาการของโรคไมเกรน เมื่อรับประทานร่วมกับวิตามินบี5 หรือที่เรียกว่ากรดแพนโทเธนิค (Pantothenic acid) ทั้งนี้เพราะวิตามินซีจะช่วยทำให้ร่างกายมีความสามารถในการต่อสู้กับความเครียดได้ดียิ่งขึ้น  vitamin c ราคา.

vitamin c ราคา


vitamin c ราคา  ยังมีการค้นพบว่าวิตามินซีอาจจะสามารถช่วยหยุดยั้งเซลล์มะเร็งได้ โดยการฉีดวิตามินซีในปริมาณที่สูงให้แก่ผู้ป่วยโรคมะเร็ง เนื่องจากวิตามินซีจะเข้าทำปฏิกิริยาทางเคมีในเซลล์มะเร็งให้กลายเป็นกรด จึงทำให้เนื้อร้ายชะงักการเจริญเติบโตลงได้
วิตามินซียังช่วยป้องกันไม่ให้เกิดโรคนอนหลับตายในเด็กอ่อน หรือในชื่อภาษาอังกฤษที่เรียกว่า Sudden Infant Death Syndrome เรียกย่อว่า โรคเอสไอดีเอส (SIDS) หรือเรียกง่ายๆว่า โรคไหลตาย ซึ่งเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตอย่างฉับพลัน ในเด็กอายุน้อยกว่า 1 ปี (4-12 เดือน) และยังคงไม่สามารถอธิบายสาเหตุของการเสียชีวิตได้
วิตามินซียังเป็นตัวช่วยสร้างคอลลาเจน ซึ่งเป็นเส้นใยทำหน้าที่เชื่อมเนื้อเยื่อต่างๆ ของร่างกายไว้ด้วยกัน ช่วยในการสมานแผล และยังช่วยในการสร้างกระดูก ฟัน เหงือก และเส้นเลือด
วิตามินซียังช่วยให้ร่างกายสามารถดูดซึมธาตุเหล็กได้ดีขึ้น ซึ่งเป็นการช่วยในกระบวนการสร้างเม็ดเลือด
วิตามินซีช่วยให้แผลสด และแผลที่เกิดจากแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก ให้หายเร็วยิ่งขึ้น
ช่วยในการป้องกันการเปลี่ยนแปลงของเซลล์
ช่วยแก้โรคเลือดออกตามไรฟัน หากรับประทานวิตามินซีเป็นประจำทุกวัน จะช่วยให้เหงือกมีสุขภาพแข็งแรง โดยวิตามินซีจะไปช่วยรักษาเซลล์ที่ถูกทำลายและช่วยให้แผลที่เหงือกหายเร็ว ป้องกันการเกิดโรคลักปิดลักเปิดได้อีกด้วย
เพิ่มความต้านทานต่อโรคหัวใจ โดยการไปช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมระดับของคลอเรสเตอรอลในร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อรับประทานร่วมกับวิตามินอี โดยจะไปช่วยลดการเกาะตัวของไขมันที่ผนังหลอดเลือด
ช่วยป้องกันและรักษาอาการอักเสบอันเนื่องมาจากเชื้อแบคทีเรียและไวรัสได้
วิตามินซียังช่วยบำรุงผิว ทำให้ดูดี เปล่งปลั่ง เพราะวิตามินซีช่วยในการดูดซึมแร่ธาตุต่างๆ จึงส่งผลให้สุขภาพผิวดีขึ้นได้อีกด้วย
วิตามินซียังช่วยในการยับยั้งการลำเลียงเม็ดสีขึ้นไปบนผิวหนัง ส่งผลทำให้ผิวจะมีความกระจ่างใสขึ้นได้ และยังช่วยในการปกป้องผิวจากรังสี UV อีกด้วย ทั้งนี้เป็นที่ทราบกันดีว่ารังสี UV สามารถทะลวงผ่านชั้นผิวหนังของเราได้ จึงเป็นต้นเหตุให้เกิดผลร้ายอื่นๆ ตามมา เช่น ผิวหมองคล้ำ มีริ้วรอย เป็นต้น vitamin c ราคา.

Share and Enjoy

  • Facebook
  • Twitter
  • Delicious
  • LinkedIn
  • StumbleUpon
  • Add to favorites
  • Email
  • RSS

nat c 1000 วิตามินที่มีความจำเป็นต่อร่างกาย

nat c 1000  วิตามินซี เป็นวิตามินที่มีความจำเป็นต่อร่างกายอย่างมาก ซึ่งมีหลากหลายชนิด วิตามินซี บางชนิดผลิตโดยการสังเคราะห์ บางชนิดสกัดจากธรรมชาติ ซึ่งร่างกายจะสามารถดูดซึมวิตามินซีจากธรรมชาติไปใช้ประโยชน์ได้ดีกว่า ดังนั้นการเลือกรับประทานวิตามินซี ควรเลือกชนิดที่สกัดจากธรรมชาติเพราะร่างกายจะสามารถดูดซึมและนำไปใช้ได้ประโยชน์ได้ดี
วิตามินซี ช่วยให้ผิวขาวใส ไม่หมองคล้ำ เนียนเรียบ ช่วยเพิ่มการสังเคราะห์คอลลาเจนในเซลล์ และมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระที่ดี จึงสามารถป้องกันการทำลายของเซลล์ต่างๆในร่างกายจากอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้น จากศึกษาพบว่า การรับประทานวิตามินซีจะมีความปลอดภัย แม้ทานในระยะยาว สามารถทานเสริมเพื่อเพิ่มฤทธิ์ของ
วิตามินซี คุณค่าที่ได้มากกว่าการป้องกันหวัด
ตามผลงานวิจัย โดย ดร.ไลนัส พอลลิ่ง (ได้รับรางวัลโนเบล 2 ครั้ง) ได้เขียนหนังสือเล่มหนึ่งชื่อ “วิตามินซีกับโรคหวัด” โดยกล่าวว่า หากคนเราได้รับวิตามินซีวันละ 1,000 มิลลิกรัมจะช่วยป้องกันหวัดได้ และถ้าเป็นหวัดจะหายเร็วกว่า โดยจะมีวันป่วยน้อยกว่าคนปกติถึง 60 % nat c 1000.

nat c 1000
nat c 1000  นอกจากนี้ ยังมีการศึกษาเพิ่มเติมมากมายที่ทำให้ทราบว่า วิตามินซี มีประโยชน์มากกว่าการป้องกันหวัด ดังนี้ครับ
+ วิตามินซีเสริมสร้างภูมิต้านทานโรคได้
วิตามินซีทำให้เม็ดเลือดขาวทำงานในร่างกายเราได้อย่างมีประสิทธิภาำำพมากขึ้น และลดการหลั่งสารก่อภูมิแพ้ในร่างกาย (หรือ ฮิสตามีน) ดังนั้น ถ้าร่างกายมีวิตามินซีเพียงพอ ก็จะสามารถบรรเทาอาการแพ้ หอบหืด ไซนัส ได้นั่นเอง
+ วิตามินซีช่วยบำรุงผิวได้
วิตามินซีจะช่วยกระตุ้นระบบการไหลเวีัยนโลหิตของผิว เมื่อเซลล์ผิวได้รับอาหารมากขึ้นก็จะทำงานได้ดีขึ้น ผิวจึงมีสุขภาพดีและเรียบเนียน วิตามินซียังช่วยเพิ่มการสังเคราะห์คอลลาเจนในเซลล์ ทำให้ผิวแน่น และยืดหยุ่นดีขึ้น ไม่เหี่ยวย่นก่อนวัย
ในกรณที่มีรอยอักเสบของสิว วิตามินซีนี่แหละ ที่จะไปช่วยสมานแผล โดยการเสริมสร้างผนังเซลล์ ทำให้เส้นเลือดฝอยแข็งแรงและต่อต้านการอักเสบ ทำให้แผลหายเร็วขึ้น
การรับประทานผักและผลไม้อย่างเดียว จะได้วิตามินซีไม่เพียงพอ
เนื่องจากวิตามินซี เสื่อมสลายได้ง่ายเมื่อสัมผัสกับอากาศ ความร้อน หรือ ความชื้น ดังนั้นเราต้องรับประทานผักและผลไม้ที่สดใหม่ หรือ เก็บกินจากต้นเลยจะดีที่สุด
เช่น ส้ม 1 ผลที่เก็บกินจากต้นเลย จะมีวิตามินซีประมาณ 20-40 มิลลิกรัม ถ้าต้องรับประทานวิตามินซีให้ได้ในระดับที่ร่างกายต้องการ ต้องกินส้มมากถึง 3-4 ผล แต่ในความเป็นจริง เราไม่สามารถเลือกรับประทานผลไม้หรือผักที่เก็บกินจากต้นได้ทันทีเป็นประจำทุกวัน จึงมีโอกาสที่ร่างกายจะขาดวิตามินซี และทำให้ร่างกายของเราอ่อนแอลงได้ nat c 1000.

Share and Enjoy

  • Facebook
  • Twitter
  • Delicious
  • LinkedIn
  • StumbleUpon
  • Add to favorites
  • Email
  • RSS

วิตามินซี กินตอนไหน แนะนำให้กินวิตามินซีตอนเช้าเพื่อระบบประสาทที่ดีขึ้น

วิตามินซี กินตอนไหน วิตามินซี รู้จักกันแบบทั่วไปคือ สารต้างอนุมูลอิสระ(Antioxidant) สามารถช่วยชลอความแก่และริ้วรอยของวัยต่างๆได้ สารต้านอนุมูลอิสระคืออะไร อธิบายคร่าวๆคือ เปรียบอนุมูลอิสระเป็นเหมือนไฟที่คอยเผาผลาญสร้างความเสียหายให้ร่างกาย สารต้านอนุมูลอิสระก็จะเหมือนกับตัวดับเพลิง สามารถต่อต้านการทำลายเหล่านี้ได้ รวมไปถึงปกป้อง ดวงตา ควบคุมคอเลสเตอรอลในเลือดได้อีกด้วย วิตามินซีที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระนี้ยังช่วยลดธาตุเหล็กให้อยู่ในระดับที่พอดีในลำใส้ เพื่อที่ร่างกายจะได้ดูดซึมธาตุเหล็กได้ดียิ่งขึ้น คนสูบบุหรี่และคนที่โดนมลภาวะเป็นพิษบ่อยๆเช่น คนที่เดินทางด้วยรถเมย์ คือคนที่ได้อนุมูลอิสระที่มากกว่าคนธรรมดา ดังนั้น ควรกินวิตามินซีให้มากกว่าคนธรรมดา วิตามินซี กินตอนไหน.

วิตามินซี กินตอนไหน
วิตามินซี กินตอนไหน วิตามินซี เป็นสิ่งจำเป็นในการสร้างคอลาเจน คอลาเจนคืออะไร อธิบายคร่าวๆคือ โปรตีนที่ช่วยซ่อมแซมร่างกายและกระดูกรวมไปถึงบำรุงผิวพรรณให้ดีด้วย คนที่ขาดวิตามินซีจะมีอาการเลือดออกตามไรฟัน ส่วนคนที่สภาพเสียฟัน มีเลือดออกได้ง่าย และกระดูกไม่มีคามแข็งแรงนั่นคือคนที่ขาดวิตามินซี แต่ปัญหาเหล่านี้แก้อย่างง่ายดายได้โดยการกินมะนาววันละลูก ทางด้านสมองวิตามินซีช่วยในการสร้างสือประสาทให้มากยิ่งขึ้น นั้นหมายถึงการรับรู้ ความคิด และคำสั่ง ในสมองของเราจะดียิ่งขึ้นเป็นวิตามินที่ดีต่อร่างกายและเป็นวิตามินที่ปลอดภัยมากที่สุดชนิดหนึ่ง แต่ร่างกายคนเราไม่สามารถสร้างวิตามินซีเองได้ ต้องอาศัยอาหารหรืออาหารเสริมต่างๆ เป็นวิตามินที่ละลายในน้ำได้ ซึ่งเมื่อมันละลายในน้ำได้ ร่างกายของคนเราจึงขับมันออกจากร่างกายได้ทางปัสสวะทำให้มันอยู่ได้ไม่ถึง 24 ชม และเมื่อมันขับออกได้ การกินวิตามินซีที่มากเกินไปก็จะถูกขับออกจากร่างกายทำให้มันปลอดภัยนั่นเอง แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ควรกินมันมากเกินไป โดยเราต้องการวิตามินซีในการสร้าง Serotonin เป็นสื่อประสาทที่ใช้ในการรักษาโรคซึมเศร้า วิตามินซีจากอาหารและอาหารเสริมทั่วไปอาจจะไม่ได้ผลในส่วนนี้ แนะนำให้รับวิตามินซีจากผลไม้สดและพักต่างๆเพื่อให้สื่อประสาทส่วนนี้ทำงานได้ดีขึ้น(อารมณ์ดีขึ้น) ลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งชนิดเกี่ยวกับปากและอก วิตามินซี กินตอนไหน เฉพาะวิตามินซีในผักและผลไม้สดเท่านั้นรักษาไข้หวัดได้ ช่วยลดระยะเวลาในการเป็นไข้หวัดเหลือ 1-1.5 วัน(หายเร็วขึ้น) แต่ไม่สามารถป้องกันไข้หวัดได้ ลดความดันโลหิตสูงได้ (เฉพาะตัวเลขบน)ป้องกันผิวใหม้จากแดด ต้อง วิตามินซีคู่กับวิตามินอี ถึงจะกันได้ หากเป็นวิตามินซีอย่างเดียวกันไม่ได้ลดความเสี่ยงของโรคถุงน้ำดี สำหรับผู้หญิง ผู้ชายยังไม่มีหลักฐานที่แน่ชัด ชะลอความเสื่อมของโรคข้อเสื่อมการรักษาโรคตาที่เรียกว่าเอเอ็มดี (เสื่อมสภาพตามอายุ) เมื่อใช้กับยาอื่น ๆ คือ เหล็ก(Zinc) วิตามินอี และ เบต้า แคโรทีน(beta-carotene) แต่ถ้าขาดเหล็กดูเหมือนว่าจะไม่ได้ผล ลดโปรตีนในปัสสาวะของผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 (albuminuria) อาจช่วยลดความเสี่ยงของการเป็นโรคไตอย่างรุนแรงใช้ครีมที่มีส่วนผสมของวิตามินซีสามารถลดอาการผืนแดงได้หลังจากการทำ skin cosmetic ต่างๆ วิตามินซี กินตอนไหน.

Share and Enjoy

  • Facebook
  • Twitter
  • Delicious
  • LinkedIn
  • StumbleUpon
  • Add to favorites
  • Email
  • RSS

aesta.in.th ผลิตภัณฑ์ต่อต้านอนุมูลอิสระที่ดีที่สุดในโลก เข้มข้นกว่าวิตามินซี 6,000 เท่า

aesta.in.th คุณรู้หรือไม่ว่า แต่ละวันคุณสร้างหรือรับ “อนุมูลอิสระ” เข้าสู่ร่างกายมากแค่ใหน อนุมูลอิสระคือตัวการแห่งโรคภัย และความแก่ชรา ทำไม? คนเราถึงมีอายุไม่เท่ากัน นั่นเพราะว่าแต่ละคนใช้ชีวิตไม่เหมือนกัน ทำให้ได้รับสารอนุมูลอิสระปริมาณแตกต่างกัน ความเสื่อมของร่างกายจึงต่างกันและอายุขัยไม่เท่ากัน ร่างกายคนเราผลิต “สารต้านอนุมูลอิสระ” Antioxidants แต่ไม่มีใครบนโลกนี้ที่ผลิตได้มากพอที่จะทำให้คงอายุในวัยเยาว์ได้ตลอดเวลา จะดีกว่ามั้ยถ้าคุณเรียนรู้เกี่ยวกับ สารต้านอนุมูลอิสระให้มากกว่านี้ แล้วคุณจะเข้าใจว่า เราไม่จำเป็นต้องเหนื่อยทำงานเพื่อเอาเงินมารักษาตัวเองตอนแก่ชรา ถ้าเรายังคงความเยาว์วัยของอายุเซลล์ ใว้ได้ตลอด aesta.in.th.

aesta.in.th
aesta.in.th ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม AESTA เหมาะกับใครบ้าง1.คนที่มีปัญหาผิวหมองคล้ำ ดำ ไม่ขาวสดใสอย่างที่ควร 2.คนที่มีปัญหาเรื่องฝ้า กระ จุดด่างดำ3.คนที่มีปัญหาริ้วรอย ผิวหย่อนคล้อย ไม่กระชับ และร่องลึกบนใบหน้า 4.คนที่ออกแดดบ่อยๆ5.คนที่มีปัญหาสีผิวไม่เรียบเนียนสม่ำเสมอ 6. ผู้มีปัญหาเกี่ยวกับสายตา เมื่อยล้าดวงตา ระหว่างจ้องจอคอมหรือมือถือ สรรพคุณของผลิตภัณฑ์ AESTA “BWB” ผลิตภัณฑ์ AESTA มีคุณสมบัติช่วยในการเผยผิวขาวใสอย่างถาวร พร้อมทั้งต่อต้านริ้วรอย ฝ้า กระ และจุดด่างดำ โดยมีกระบวนการทำงาน 3 ขั้นตอน BWB “Blink White Bright Skin” ดังต่อไปนี้ Blink ผิวกระจ่างสดใส แลดูอ่อนเยาว์ ด้วยคุณสมบัติของ Astaxanthin (แอสต้าแซนธิน)“สารต่อต้านอนุมูลอิสระที่ดีที่สุดในโลก” ที่มีฤทธิ์เข้มข้นกว่าวิตามินซี ถึง 6,000 เท่า ลดเลือนริ้วรอย ชะลอความเสื่อมสภาพของเซลล์ผิวให้น้อยลง พร้อมปกป้อง เสริมความแข็งแรงแก่เซลล์ผิวให้มากยิ่งขึ้น White ผิวขาวถาวรอย่างปลอดภัย ด้วยด้วยสารตั้งต้น Pre-Glutathione ที่ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายเกิดกระบวนการสร้าง Glutathione ด้วยตัวเองตามธรรมชาติ ควบคุมกระบวนการทำงานของเม็ดสี ฟื้นฟูผิวที่เสื่อมโทรม เผยผิวใหม่ที่ขาวถาวรขึ้นอย่างปลอดภัยไร้กังวล Bright Skin ผิวเรียบเนียน สม่ำเสมอ ด้วยคุณสมบัติของ Stemcell จากผลเมล่อนญี่ปุ่น และสารสกัดจากเมล็ดองุ่น ช่วยลดเลือนฝ้า กระ จุดด่างดำ ริ้วรอยร่องลึก คืนความกระจ่างสดใส เรียบเนียน ให้กับผิวอย่างเป็นธรรมชาติ ส่วนประกอบสำคัญ และประโยชน์ของสารสกัดในผลิตภัณฑ์ Astaxanthin สารอาหารในกลุ่มแคโรทีนอยด์ (Carotenoids) ที่มักพบมากใน aesta.in.th ปลาแซลมอน ไข่ปลาคาเวียร์ เปลือกปู กุ้งล็อบสเตอร์ และสาหร่ายชนิด Microalgae Haematococus Pluvialis มีคุณสมบัติในการต่อต้านอนุมูลอิสระที่ก่อให้เกิดความเสื่อมในเซลล์ที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดในโลก เมื่อทำเปรียบเทียบกับ สารอาหารชนิดอื่นๆ โดยมีฤทธิ์มากกว่า โคเอนไซต์ คิวเทน 800 เท่า คาทีซีน สารสกัดจากชาเขียว 560 เท่า วิตามินซี 6,000 เท่า วิตามินอี 550 เท่า สูงกว้าเบต้าแคโรทีนกว่า 40 เท่า ทำให้ผิวคงความอ่อนเยาว์ ลดริ้วรอย ความหย่อนคล้อย จุดด่างดำ นอกจากนี้ Astaxanthin ยังมีประโยชน์ในการบำรุงร่างกายให้แข็งแรงอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการบำรุงสายตา ชะลอความเสื่อมของสายตา ป้องกันบำบัดโรคความจำเสื่อมพาร์กิมสัน ปรับสมดุลโลหิต การเต้นของหัวใจ ลดอัตราเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคเบาหวาน และเส้นเลือดในสมองแตกให้น้อยลง aesta.in.th.

Share and Enjoy

  • Facebook
  • Twitter
  • Delicious
  • LinkedIn
  • StumbleUpon
  • Add to favorites
  • Email
  • RSS

asta x มีความปลอดภัยสูง เพราะมีสารต้านอนุมูลอิสระที่เข้มข้นสูงที่สุด

asta x  มีสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (antioxidant) ที่มีประสิทธิภาพสูงมากถึงกับมีฉายาว่าเป็นราชาในสารกลุ่มแคโรทีนอยด์ ซึ่งเมื่อเทียบกับสารต้านอนุมูลอิสระจากสารอาหารอื่นที่ทราบกันดีว่ามีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระเช่นกันเช่น วิตามินซี วิตามินอี ชาเขียวบีต้าแคโรทีน (beta carotene)ชาเขียว สารสกัดจากเมล็ดองุ่น และ CoQ10 จึงช่วยชะลอการเสื่อมของเซลล์ต่างๆ ในร่างกายได้ดีกว่า ช่วยฟื้นฟูความเสื่อม จึงเป็นความหวังของมวลมนุษยชาติ ที่ต้องการคงความเป็นหนุ่มสาว ความสดใสแข็งแรง ของอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย ตามธรรมชาติแหล่งแอสตาแซนธิน ที่มีความเข้มข้นและพบมากที่สุด เห็นได้ในสาหร่ายสีแดงสายพันธุ์ Haematococcus Pluvialis ซึ่งมีสารแอสตาแซนธินอยู่ถึง 7% ของน้ำหนักเซลล์แห้ง โดยแอสตาแซนธิน ถูกรวบรวมอยู่ในถุงไขมันของ asta x.

asta x

asta x เมื่อเกิดภาวะขาดแคลนสารอาหารและน้ำหรือภาวการณ์แวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง สารตัวนี้จะทำหน้าที่รักษานิวเคลียสของเซลล์สาหร่ายแดงจากการถูกทำร้ายด้วยแสงยูวี จึงจัดเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูงและเอามาทำเป็นสินค้าเสริมอาหารกันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน เช่น คอลลาเจน ช่วย ชะลอวัย และ ต้านอนุมูลอิสระ ได้ ศูนย์วิจัยแบรนด์ ได้คัดสรรสารสกัดจากวัตถุดิบธรรมชาติ “แอสตาแซนธิน” สารสกัดสาหร่ายสแกนดิเนเวีย ร่วม “ไฮโดรไลซ์ คอลลาเจน เปปไทด์” และวิตามินซี ซึ่งมีส่วนช่วยในวิธีการต่อต้านอนุมูลอิสระ จนมาเป็นหยดเอสเซนซ์ ที่มีรสชาติหอมอร่อย ดื่มง่าย แอสตาแซนธิน เป็นส่วนหนึ่งในอาหารของมนุษย์มาช้านานหลายพันปี มีความปลอดภัยสูง เพราะว่าสาหร่ายแดง มีสารต้านอนุมูลอิสระที่เข้มข้นสูงที่สุด สามารถสกัดได้จากสาหร่ายทะเลที่ชื่อว่า เฮมาโตคอคคัส พลูวิเอลิส ซึ่งมีส่วนผสมของสารแอสตาแซนธินธรรมชาติ, วิตามิน A , E และ ลูทีน มีสรรพคุณในการต้านอนุมูลอิสระ เป็นซุปเปอร์แอนติออกซิแดนท์ที่สูงกว่าวิตามินซีถึง 6,000 เท่า สูงกว่าวิตามินอีถึง 550 เท่า สูงกว่าโคคิวเท็น 800 เท่า สูงกว่าสารกัดจากชาเขียว 550 เท่า สูงกว่ากรดลิโปอิก Alpha Lipoic Acid สูงกว่า 75 เท่า สูงกว่า เบต้าแคโรทีน 40 เท่า และสูงกว่าสารกัดจากเม็ดองุ่น 17 เท่า ช่วย ชะลอวัย ธรรมชาติ สรรสร้างสีสรรงดงาม เพื่อจรรโลงใจมวลมนุษยชาติ สีสรรของสิ่งมีชีวิต แม้แต่ สิ่งมีชีวิตเล็กๆ อย่างสาหร่าย เกิดจากมีสารสีที่เรียกว่า รงควัตถุ ซึงนอกจากมีสีที่สวยงามแล้ว ยังมีบทบาทต่อการสังเคราะห์แสง ป้องกันรังสี และมีสารสำคัญทรงคุณค่าต่อสุขภาพและความงามของมนุษย์อย่างน่าอัศจรรย์ ฮีมาโตคอกคัส พลูวิเอลิส เป็น สาหร่ายสีแดง ขนาดจิ๋ว พบได้ในประเทศแถบสแกนดิเนเวีย สารสำคัญที่ทำให้สาหร่ายชนิดนี้มีสีแดงสด เรียกว่า asta x ซึ่งความมหัศจรรย์ของสารนี้ คือจะช่วยปกป้องเซลล์ของสาหร่าย จากการทำลายของอนุมูลอิสระจากรังสียูวี (UV, ultraviolet) ในแสงแดดที่แผดเผาช่วยปกป้องสาหร่ายให้สามารถอยู่รอดได้แม้ในสภาวะแห้งแล้ง หนาวจัด หรือร้อนจัดทำให้มีชีวิตอยู่รอดได้นานถึง 20 ปีในสภาวะที่ขาดน้ำและอาหาร asta x เป็นรงควัตถุสีแดง ในกลุ่มแคโรทีนอยด์ (carotenoid) ที่พบอย่างเข้มข้นในสาหร่ายสีแดง นอกจากจะให้สีแดงสดแล้ว ยังมีคุณสมบัติที่ดีต่อสุขภาพ จัดเป็นโภชนะเภสัช asta x.

Share and Enjoy

  • Facebook
  • Twitter
  • Delicious
  • LinkedIn
  • StumbleUpon
  • Add to favorites
  • Email
  • RSS

สาหร่ายแดง astaxanthin สารต้านอนุมูลอิสระที่เข้มข้นสูงที่สุด คุณลองหรือยัง!

สาหร่ายแดง astaxanthin ตามธรรมชาติแหล่งแอสตาแซนธิน ที่มีความเข้มข้นและพบมากที่สุด เห็นได้ในสาหร่ายสีแดงสายพันธุ์ Haematococcus Pluvialis ซึ่งมีสารแอสตาแซนธินอยู่ถึง 7% ของน้ำหนักเซลล์แห้ง โดยแอสตาแซนธิน ถูกรวบรวมอยู่ในถุงไขมันของ Microalgae เมื่อเกิดภาวะขาดแคลนสารอาหารและน้ำหรือภาวการณ์แวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง สารตัวนี้จะทำหน้าที่รักษานิวเคลียสของเซลล์สาหร่ายแดงจากการถูกทำร้ายด้วยแสงยูวี จึงจัดเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูงและเอามาทำเป็นสินค้าเสริมอาหารกันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน เช่น คอลลาเจน ช่วย ชะลอวัย และ ต้านอนุมูลอิสระ ได้ ศูนย์วิจัยแบรนด์ ได้คัดสรรสารสกัดจากวัตถุดิบธรรมชาติ “แอสตาแซนธิน” สารสกัดสาหร่ายสแกนดิเนเวีย ร่วม “ไฮโดรไลซ์ คอลลาเจน เปปไทด์” และวิตามินซี ซึ่งมีส่วนช่วยในวิธีการต่อต้านอนุมูลอิสระ จนมาเป็นหยดเอสเซนซ์ ที่มีรสชาติหอมอร่อย ดื่มง่าย แอสตาแซนธิน เป็นส่วนหนึ่งในอาหารของมนุษย์มาช้านานหลายพันปี มีความปลอดภัยสูง สาหร่ายแดง astaxanthin.

สาหร่ายแดง astaxanthin
สาหร่ายแดง astaxanthin เพราะว่าสาหร่ายแดง มีสารต้านอนุมูลอิสระที่เข้มข้นสูงที่สุด สามารถสกัดได้จากสาหร่ายทะเลที่ชื่อว่า เฮมาโตคอคคัส พลูวิเอลิส ซึ่งมีส่วนผสมของสารแอสตาแซนธินธรรมชาติ, วิตามิน A , E และ ลูทีน มีสรรพคุณในการต้านอนุมูลอิสระ เป็นซุปเปอร์แอนติออกซิแดนท์ที่สูงกว่าวิตามินซีถึง 6,000 เท่า สูงกว่าวิตามินอีถึง 550 เท่า สูงกว่าโคคิวเท็น 800 เท่า สูงกว่าสารกัดจากชาเขียว 550 เท่า สูงกว่ากรดลิโปอิก Alpha Lipoic Acid สูงกว่า 75 เท่า สูงกว่า เบต้าแคโรทีน 40 เท่า และสูงกว่าสารกัดจากเม็ดองุ่น 17 เท่า ช่วย ชะลอวัย ธรรมชาติ สรรสร้างสีสรรงดงาม เพื่อจรรโลงใจมวลมนุษยชาติ สีสรรของสิ่งมีชีวิต แม้แต่ สิ่งมีชีวิตเล็กๆ อย่างสาหร่าย เกิดจากมีสารสีที่เรียกว่า รงควัตถุ ซึงนอกจากมีสีที่สวยงามแล้ว ยังมีบทบาทต่อการสังเคราะห์แสง ป้องกันรังสี และมีสารสำคัญทรงคุณค่าต่อสุขภาพและความงามของมนุษย์อย่างน่าอัศจรรย์ ฮีมาโตคอกคัส พลูวิเอลิส เป็น สาหร่ายสีแดง ขนาดจิ๋ว พบได้ในประเทศแถบสแกนดิเนเวีย สารสำคัญที่ทำให้สาหร่ายชนิดนี้มีสีแดงสด เรียกว่า แอสตาแซนธิน (Astaxanthin) ซึ่งความมหัศจรรย์ของสารนี้ คือจะช่วยปกป้องเซลล์ของสาหร่าย จากการทำลายของอนุมูลอิสระจากรังสียูวี (UV, ultraviolet) ในแสงแดดที่แผดเผาช่วยปกป้องสาหร่ายให้สามารถอยู่รอดได้แม้ในสภาวะแห้งแล้ง หนาวจัด หรือร้อนจัดทำให้มีชีวิตอยู่รอดได้นานถึง 20 ปีในสภาวะที่ขาดน้ำและอาหาร แอสตาแซนทิน เป็นรงควัตถุสีแดง ในกลุ่มแคโรทีนอยด์ (carotenoid) ที่พบอย่างเข้มข้นในสาหร่ายสีแดง สาหร่ายแดง astaxanthin นอกจากจะให้สีแดงสดแล้ว ยังมีคุณสมบัติที่ดีต่อสุขภาพ จัดเป็นโภชนะเภสัช มีสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (antioxidant) ที่มีประสิทธิภาพสูงมากถึงกับมีฉายาว่าเป็นราชาในสารกลุ่มแคโรทีนอยด์ ซึ่งเมื่อเทียบกับสารต้านอนุมูลอิสระจากสารอาหารอื่นที่ทราบกันดีว่ามีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระเช่นกันเช่น วิตามินซี วิตามินอี ชาเขียวบีต้าแคโรทีน (beta carotene)ชาเขียว สารสกัดจากเมล็ดองุ่น และ CoQ10 จึงช่วยชะลอการเสื่อมของเซลล์ต่างๆ ในร่างกายได้ดีกว่า ช่วยฟื้นฟูความเสื่อม จึงเป็นความหวังของมวลมนุษยชาติ ที่ต้องการคงความเป็นหนุ่มสาว ความสดใสแข็งแรง ของอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย สาหร่ายแดง astaxanthin.

Share and Enjoy

  • Facebook
  • Twitter
  • Delicious
  • LinkedIn
  • StumbleUpon
  • Add to favorites
  • Email
  • RSS